่เมื่อผ่านไปหลายเดือนแล้ว คนงานหญิงที่เห็นแก่ตัวบางคนก็เริ่มคุ้นเคยกับการมีข้าวกินในโรงอาหารและเริ่มบริโภคมันอย่างสิ้นเปลือง
อย่างไรนี่ก็ไม่ใช่เสบียงที่บ้านของตน เวลาตักข้าวก็ตักเยอะ เมื่อกินไม่หมดค่อยเททิ้ง
“ข้าไม่ได้หวงของกิน แต่ข้าไม่อนุญาตให้กินทิ้งกินขว้างอย่างเด็ดขาด”
จินเฟิงมองไปที่ถังตงตง “ตงตง เจ้าลองปรึกษากับหัวหน้าหมู่บ้านและซานเหยียเหยี่ยเพื่อหาแนวทางแก้ไขเรื่องนี้ดู”
“ตกลง” ถังตงตงวางงานของนางลง “ข้าจะไปถามเดี๋ยวนี้เลยแล้วกัน”
“ข้าก็อิ่มแล้ว” ชิ่งมู่หลานตักข้าวที่เหลือเข้าปาก “ตงตง รอข้าด้วย!”
ถังตงตงยังคงให้ความสำคัญกับคำพูดของจินเฟิง เมื่อนางไปถึงโรงงานสิ่งทอ นางก็ส่งคนไปเรียกหัวหน้าหมู่บ้านของทั้งสองหมู่บ้านทันที
พวกเขาทั้งสามพูดคุยกันในห้องทำงานอยู่ครึ่งวันเช้า และในเย็นวันนั้นเวลาเลิกงานก็ได้เรียกคนงานทั้งหมดมาประชุม
ถังตงตงประกาศในที่ประชุมว่าใครก็ตามที่ทิ้งอาหารอีกจะถูกหักค่าแรง
พวกเขาล้วนแต่เป็นผู้ที่ต้องทนทุกข์ยากลำบาก และพวกที่ทิ้งอาหารก็เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น การตัดสินใจครั้งนี้สมเหตุสมผลและแทบไม่มีใครคัดค้าน นอกจากนี้ยังมีผู้สนับสนุนไม่น้อย
“แม่นางตงตง ข้าสนับสนุนการตัดสินใจนี้ ท่านพ่อและท่านแม่ของข้าต่างก็อดตายกันทั้งคู่ ข้าไม่สนว่าใครจะทิ้งอาหารมากที่สุด แต่ถ้าข้าเห็นคนทิ้งอาหารอีก ข้าจะเป็นคนแรกที่เล่นงานพวกเขา ถึงตอนนั้นก็อย่ามาว่าข้าลับหลังแล้วกัน!”