พียงเพราะต้องการพลิกวิกฤติอย่างนั้นหรือ?”
จินเฟิงหัวเราะเยาะ “เจ้าเห็นว่าข้าจัดการได้ง่ายอย่างนั้นหรือ?”
“เช่นนั้นเจ้าต้องการสิ่งใด?”
โจวซือเหยียกล่าว “เจ้าบอกข้ามาได้เลยว่าเจ้าต้องการอะไร แต่ในเมื่อเจ้ารู้จักโจวฉางหลิน เจ้าก็น่าจะรู้ด้วยว่าเงินส่วนใหญ่ที่พวกโจรจ่ายให้ข้า ข้ามอบให้กับโจวฉางหลินเป็นส่วนมาก หวังว่าเจ้าจะไม่ละโมบจนเกินไปนัก”
“ข้าต้องการเงินแต่ก็สามารถหามันเองได้ ข้าจินเฟิงไม่ได้ต้องการเงินจำนวนเล็กน้อยที่เจ้ามีหรอก”
“แล้วเจ้าต้องการอะไร?”
โจวซือเหยียรู้ว่าคราวนี้หากไม่กรีดเลือดตัวเองออกมาคงจะไม่ได้ เขาจึงยอมจำนนต่อชะตากรรมและพูดว่า “ตราบใดที่ข้าสามารถเอามันออกมาได้ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง”
“แน่นอนว่าข้อเสนอของข้าเป็นสิ่งที่ไม่เหนือบ่ากว่าแรงของซือเหยียแน่นอน”
จินเฟิงนั่งตัวตรงแล้วเอ่ยความต้องการออกมาทีละคำ “ข้าต้องการ… หัว ของ เจ้า!”
โจวซือเหยียหดตัวลง เขาแสร้งทำเป็นนิ่งสงบ “ท่านอาจารย์ อย่าล้อเลียนข้าเล่นเช่นนี้เลย”
“เมื่อครู่ข้าได้บอกไปแล้ว ว่าข้าไม่ได้ล้อเล่น”
“ท่านอาจารย์ อย่างน้อย ๆ เวลาท่านตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ก็ควรเหลือเชือกไว้เส้นหนึ่งไม่ใช่หรือ การตัดเชือกทิ้งทั้งหมดและสู้กันจนตัวตายจะไม่เกิดประโยชน์กับผู้ใด”
โจวซือเหยียรู้สึกกลัวขึ้นมาจริง ๆ
เพราะเขาเห็นความจริงจังไร้แววล้อเล่นปรากฏขึ้นผ่านดวงตาของจินเฟิง!
“เจ้ายังไม่ได้ลองสู้กับข้าจนตัวตายเลย”
จินเฟิงเอนหล