ยายามจะฆ่าข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าข้าไม่ฆ่าคนแบบนี้ ข้าจะยังมีชีวิตรอดไปฉลองวันขึ้นปีใหม่ได้อย่างไร?”
“ในราชสำนักมีกฎเกณฑ์ หากเจ้าทำเช่นนี้ นั่นแปลว่าเจ้ากำลังล้มโต๊ะและฝ่าฝืนข้อห้ามอย่างเป็นทางการ”
ชิ่งมู่หลานลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ท่านอาจารย์ การกระทำครั้งนี้ของท่านมันบ้าระห่ำไปหน่อย…”
“ช่างเถิด อย่างไรเสียข้าก็ไม่อยากเป็นขุนน้ำขุนนางอยู่แล้ว”
จินเฟิงไม่สนใจคำเตือน “ข้าแค่อยากจะพลิกโต๊ะแล้วทำให้พวกเขาทุกคนรู้ว่า ข้าเป็นคนบ้าที่ไม่สนใจกฎเกณฑ์อะไรทั้งนั้น ในอนาคตใครหน้าไหนก็อย่าได้มายั่วยุข้าอีก!”
“ลืมไปเถอะ อย่างไรก็ได้ลงมือไปแล้วจะพูดอะไรตอนนี้ล้วนสายไปทั้งสิ้น”
ชิ่งมู่หลานยืนขึ้นและพูดว่า “ถ้าท่านฆ่าโจวซือเหยีย จวนว่าการจินชวนคงจะสั่นคลอน ท่านต้องการความช่วยเหลือจากข้าหรือไม่?”
“ไม่ล่ะ ไว้ข้าไร้หนทางแล้วข้าจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าอีกที”
จินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
การฆ่าโจวซือเหยียอาจดูบ้าบิ่นเกินไป แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นการตัดสินใจที่จินเฟิงคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่เตรียมวางแผนตอบโต้กับพวกโจร
เจ้าหน้าที่ทั้งสองกลับไปที่จวนว่าการพร้อมกับศีรษะและจดหมายของโจวซือเหยีย จากนั้นบรรยากาศของทั้งจวนว่าการก็เดือดพล่าน
นายอำเภอรู้สึกปลาบปลื้มทันที
เขาเสียใจมากหลังจากถูกโจวซือเหยียคอยบงการมานานหลายปี
ตอนนี้จะไม่มีเรื่องอย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว โจวซือเหยียถูกฆ่าตายและเขาก็ได้รับการปลดปล่อ