้ที่ต่ำที่สูง โปรดยกโทษให้ข้าด้วย!”
เมื่อเห็นว่าฟางเส้นสุดท้ายขาดลงแล้ว โจวซือเหยียก็รีบคำนับให้จินเฟิง
ชายหนุ่มเหลือบมองผู้นำกองทหารผ่านศึกอย่างหมดความอดทน จากนั้นอีกฝ่ายก็เข้ามาคว้าศีรษะของโจวซือเหยีย และใช้ดาบทมิฬกรีดเข้าที่คอของเป้าหมาย
จากนั้นเลือดก็พุ่งออกมา!
ดวงตาของโจวซือเหยียเบิกกว้าง เขาพยายามปิดรอยกรีดบริเวณคอด้วยมือทั้งสองข้างเพื่อห้ามไม่ให้เลือดไหลออกมา
น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถห้ามมันได้เลย สมองของเขาค่อย ๆ ช้าลง จากนั้นไม่นานโจวซือเหยียก็ค่อย ๆ ล้มลงกับพื้น
“ท่านอาจารย์ อันที่จริงท่านสามารถรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ก่อนได้”
ชิ่งมู่หลานถอนหายใจ “แม้ว่าท่านจะต้องการฆ่าเขาจริง ๆ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเช่นนี้”
การต่อสู้ระหว่างข้าราชการธรรมดาและขุนนางได้สิ้นสุดลงเมื่อผู้แพ้ก้มศีรษะและยอมรับความพ่ายแพ้ แม้ว่านางเองต้องการลงมือ แต่ก็ทำได้เพียงแค่คิดเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้นางจึงส่งสัญญาณให้อาเหมยเป็นฝ่ายข่มขู่โจวซือเหยียแทน
ใครจะรู้ว่าจินเฟิงจะขอให้ทหารผ่านศึกเป็นผู้ลงมือ
“จะมีเรื่องวุ่นวายอะไรตามมาหรือ?” จินเฟิงถาม
“ไม่มีอะไรหรอก” ชิ่งมู่หลานส่ายหัวและกล่าวว่า “เพียงแต่เรามีจดหมายของโจวซือเหยียถึงหลิวเจียงอยู่ในมือ ด้วยคำให้การของหลิวเจียง อย่างไรโจวซือเหยียก็จะต้องถูกประหารแน่นอน ท่านไม่จำเป็นต้องลงมือเองด้วยซ้ำ”
“การแก้แค้น ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี!”
จินเฟิงกล่าวว่า “โจวซือเหยียพ