สุดท้ายของเจ้า ไม่อย่างนั้น อย่าโทษข้าที่ต้องส่งกองกำลังไปปราบซีเหอวานเล่า ถึงตอนนั้นแม้แต่ชิ่งโหวก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้!”
ว่าจบก็มีเสียงปรบมือดังขึ้น!
จินเฟิงคว้าตัวชิ่่งมู่หลานที่เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ จากนั้นเขาก็ยิ้มและปรบมือให้กับโจวซือเหยีย “กลยุทธ์ของโจวซือเหยียทรงพลังมาก แต่เจ้าอาจมองข้ามสิ่งหนึ่งไป!”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
โจวซือเหยียขมวดคิ้วโดยสัญชาตญาณ
“ข้าไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ แต่ฝ่าบาททรงประทานบรรดาศักดิ์หนานให้แก่ข้าแล้ว!”
จินเฟิงหยิบป้ายประจำตัวออกมาจากใต้แขนเสื้อแล้วโยนมันลงบนโต๊ะ “โจวซือเหยีย เจ้าสามารถตรวจสอบได้”
“อะไรกัน!”
โจวซือเหยียคว้าป้ายประจำตัวขึ้นมา จากนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
การสวมรอยเป็นขุนนางถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงถึงขั้นตัดศีรษะ จินเฟิงจะแสร้งทำเป็นขุนนางก็ต่อเมื่อเขาบ้าไปแล้วจริง ๆ เท่านั้น
ดังนั้นในเมื่อบัณฑิตหนุ่มกล้าที่จะหยิบป้ายประจำตัวออกมา หมายความว่านี่ต้องเป็นเรื่องจริง
“ให้ตายเถอะ ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงให้ความสำคัญกับตำแหน่งเหล่านี้มากมิใช่หรือ? เหตุใดพระองค์ถึงแต่งตั้งให้ชาวเขาอย่างเจ้าได้?”
จู่ ๆ ในหัวของโจวซือเหยียก็คิดไม่ตก
เหมือนเขาจะพลาดไป
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ฉลาดพอ แต่เขาไม่คาดคิดว่าจินเฟิงจะเป็นขุนนางได้จริง ๆ
เนื่องจากฝ่าบาทตั้งใจที่จะลดจำนวนขุนนางลงจึงมีขุนนางใหม่น้อยมากตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เมื่อคนส่วนใหญ่ได้รับตำแหน่ง พวกเขา