โยกโย้เป็นเพื่อนท่าน อีกอย่างเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนนี้น่าจะเป็นคนสนิทที่ท่านฝึกมาสินะ เอาล่ะ อย่างไรก็ตามมีเรื่องอะไรก็พูดมาตรง ๆ ดีกว่า”
“ท่านอาจารย์จินหมายความว่าอย่างไรกัน?”
“ข้าไม่ชอบความโยกโย้ร่ำไร ข้าได้บอกกับท่านอย่างชัดเจนแล้ว ยังจะถามเอาสิ่งใดอีก?”
จินเฟิงพูดอย่างเหนื่อยหน่าย “ความหมายก็ตรงตามที่ข้าพูด ข้ารู้ว่าเจ้ามาที่นี่เพื่อไนปั่นด้ายของข้า ข้ารู้เรื่องของเจ้ากับโจรเขาเถี่ยกว้าน และข้าก็รู้ด้วยว่าในวันนี้เจ้ามาที่นี่เพื่อเจรจา ในเมื่อก็รู้อยู่แก่ใจ เหตุใดไม่พูดกันตรง ๆ ล่ะ มีอะไรจะพูดก็พูดออกมาสิ เหตุใดต้องมากพิธีรีตองด้วย ไม่เหนื่อยหรือ?”
“ท่านอาจารย์จิน อย่าใส่ความกันดีกว่า เจ้าบอกข้ามาให้ชัดเจนเถิดว่าใครคือผู้ที่จัดการกับโจรเขาเถี่ยกว้าน?”
โจวซือเหยียโกรธที่จินเฟิงดูแคลนตัวเขาซึ่งหน้าจนเส้นเลือดบนหน้าผากของเขาปูดโปน
“น่าเบื่อหน่ายเสียจริง” จินเฟิงเอ่ยอย่างเหลืออด “หากเจ้าไม่พูดก็แล้วแต่เจ้า เช่นนั้นก็เชิญออกจากที่นี่เถิด ข้าจะพักผ่อนแล้ว”
ในยุคสมัยนี้ บัณฑิตทุกคนถือว่าตนเองมีเกียรติ และมีคนเพียงไม่กี่คนที่กล้าหยาบคายกับผู้อื่นอย่างตรงไปตรงมาเช่นจินเฟิง
เขาคิดว่าโจวซือเหยียจะบ้าดีเดือด แต่ใครจะรู้ว่าเขาจะขับไล่คนอื่น ๆ อย่างผู้ติดตามของตนเอง รวมถึงอาเหมยและชิ่งมู่หลานออกไปจากลานบ้านเล็ก ๆ
“เจ้าจะไล่คนของเจ้าออกไปนั่นก็เป็นเรื่องของเจ้า แต่พวกนางคือสหายของข้า”
แทนที่จะข