นว่าสุดท้ายจะเจรจาสำเร็จหรือไม่ ทุกคนกลับไปรอข่าวคราวก่อนเถิด ถ้ากลับมาเริ่มงานได้ข้าจะแจ้งให้ทราบอีกที”
“พวกโจรนี่ทำเกินไปจริง ๆ!”
ชาวบ้านคนหนึ่งสาปแช่ง “จินเฟิง ข้าได้ยินมาว่าในถงซานมีโจรไม่มากนัก เหลียงจื่อนำคนหลายสิบชีวิตมาฝึกที่ภูเขาด้านหลังมิใช่หรือ? เหตุใดเราไม่นำกำลังคนไปต่อสู้กับโจรกลุ่มนี้เล่า?”
“ใช่แล้ว ข้าได้ยินมาว่าค่าจ้างของเหลียงจื่อและคนอื่น ๆ ค่อนข้างสูง จินเฟิงเลี้ยงดูพวกเขาเพื่อให้ต่อสู้กับโจร เหตุใดเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นจึงไม่ส่งพวกเขาไป?”
“จะเพราะเหตุใดเล่า ก็คงกลัวน่ะสิ!”
“ขี้ขลาด!”
“เหลียงจื่ออยู่ที่ใด? ให้คำอธิบายแก่เราหน่อยสิ!”
ชาวบ้านหลายคนระบายความโกรธต่อจางเหลียงและทหารผ่านศึกที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณใกล้เคียง
“เงียบ!”
จินเฟิงหยิบฆ้องที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาเคาะอย่างแรงหลายครั้ง “อย่าตำหนิพี่เหลียง ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากไป ข้าไม่ยอมให้พวกเขาไปเอง”
นี่ไม่ใช่คำโกหกของจินเฟิง เพราะเมื่อจางเหลียงได้ยินว่าหลิวเถี่ยถูกดักปล้น เขาก็พาทหารผ่านศึกไปหาจินเฟิงเพื่อขอทำการต่อสู้ทันที แต่จินเฟิงปฏิเสธ
“จินเฟิง เหตุใดเจ้าไม่ปล่อยให้เหลียงจื่อกับพวกไปต่อสู้กับพวกโจรเล่า?”
ทุกคนมองไปที่บัณฑิตหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ
“เพราะว่าพวกโจรที่ถงซาน คือโจรเขาเถี่ยกว้าน!”
จินเฟิงเน้นย้ำ
จากนั้นคนงานที่ขุ่นเคืองเมื่อครู่ก็กลายเป็นใบ้ทันที
หลายคนมีสีหน้าหวาดกลัว
โจรเขาเถี่ยกว้านคือโจร