เฟิงอย่างซาบซึ้ง จากนั้นจึงวิ่งไปรวบรวมเด็ก ๆ อย่างมีความสุข
ในหมู่บ้านมีหลายครอบครัวที่เหมือนกับครอบครัวของสวีเหล่าซาน เมื่อเด็ก ๆ ได้ยินว่ามีงานให้ทำและพวกเขาจะมีกินแล้วต่างก็พากันส่งเสียงตื่นเต้นดีใจ
เด็กที่รู้ความสองสามคนเข้ามาคำนับขอบคุณจินเฟิง
จินเฟิงถอนหายใจและประคองพวกเขาขึ้นมา มันทำให้เขาหวนคิดถึงอดีตและอดไม่ได้ที่จะสงสารเด็ก ๆ เหล่านี้
เขาคิดว่าในชีวิตที่แล้วเขาลำบากมามาก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กเหล่านี้แล้ว ความยากลำบากของเขากลับเทียบไม่ได้เลย
อย่างน้อยเขาก็มีอาหารและเสื้อผ้าเพียงพอ อีกทั้งการพากเพียรร่ำเรียนอย่างหนักก็สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
ทว่าไม่ใช่เพราะเด็กเหล่านี้ไม่หมั่นเพียร แต่พวกเขาทำได้แค่ทำทุกอย่างให้มีชีวิตรอดไปวันต่อวันเท่านั้น
บางทีความปรารถนาสูงสุดของพวกเด็ก ๆ อาจเป็นการได้มีอาหารกินครบทุกมื้อ
หลังจากจัดการเรื่องเด็ก ๆ แล้ว หัวหน้าหมู่บ้านก็กลับไปยังสถานที่ก่อสร้าง
เดิมทีเขาคิดว่าจินเฟิงกลับไปแล้ว เพราะชายหนุ่มเข้ามักจะเข้ามาดูงานครู่เดียวแล้วก็กลับออกไป
แต่เมื่อกลับมาเขาก็พบว่าจินเฟิงยังคงอยู่ที่เดิม หัวหน้าหมู่บ้านจึงรีบเข้าไปเอ่ยถาม “เสี่ยวเฟิง มีเรื่องอะไรอีกหรือ?”
“ข้ารู้สึกว่าตอนนี้การดำเนินงานค่อนข้างล่าช้า”
จินเฟิงกล่าวต่อ “หัวหน้าหมู่บ้าน เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ท่านไปที่กวานเจียวานแล้วลองสอบถามว่ามีผู้ใดเต็มใจจะมาช่วยงานหรือ