นส่งสินค้าให้กับท่าน ใครกล้าเอาเปรียบท่าน… ต้องข้ามศพข้าน้อยผู้นี้ไปก่อน”
ทั้งสองประกบมือเข้าหากันอย่างรวดเร็วและให้คำมั่นสัญญา
“ดี!”
จินเฟิงมองไปที่คนทั้งคู่แล้วพูดกับชายผิวคล้ำว่า “ฟางเหลย พาสหายทั้งสองไปกินข้าวและพักผ่อนก่อนเถิด”
“ได้!”
ฟางเหลยตอบรับ จากนั้นก็เตะทหารผ่านศึกทั้งสองแล้วพูดว่า “เจ้าทั้งสองโชคดีแล้ว รีบไปเร็วเข้า”
ชายผิวคล้ำผู้นี้เป็นนายหมู่ของทั้งคู่ในกองทัพเถี่ยหลิน พวกเขาคุ้นเคยกับการถูกเตะมานานแล้วจึงไม่โกรธและติดตามฟางเหลยไปอย่างเชื่อฟัง
ใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว รุ่นเหนียงเพิ่งทำโจ๊กข้าวสาลีเสร็จ เมื่อนางรู้ว่าอาจจะมีทหารปลดประจำการมา นางจึงทำอาหารเพิ่ม
พวกเขามีอาการเหมือนกวานเสี่ยวโหรวในตอนแรก ทหารผ่านศึกทั้งสองกำลังถือโจ๊กข้าวสาลีและกินมันอย่างระมัดระวัง
ในขณะที่กินข้าว ตาของพวกเขาก็แดงก่ำ
ชีวิตของพวกเขาลำบากมากจนไม่ได้กินโจ๊กข้าวสาลีมาเป็นเวลานาน
พูดตรง ๆ ก็คือ พวกเขาไม่ได้กินอิ่มมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโจ๊กหรือผักป่าก็ตาม
เมื่อคิดว่าภรรยา ลูก และมารดาของพวกเขายังคงหิวอยู่ที่บ้าน ทั้งคู่จึงไม่สามารถกินข้าวได้อีกต่อไป
“พวกเจ้าเป็นบุรุษร่างใหญ่ หากพวกเจ้าเสียน้ำตาล่ะก็ ข้าจะเตะพวกเจ้าจนตายเลย!”
ฟางเหลยเหลือบมองพวกเขาทั้งสองแล้วเอ่ย “ในเมื่อท่านอาจารย์จินตกลงที่จะรับพวกเจ้าไว้แล้ว เช่นนั้นข้าจะไปหาพี่เหลียงเพื่อขอเบิกเงินและมอบเงินเดือนให้พวกเจ้าล่วงหน้าห