นึ่งเดือน”
นี่คือสิ่งที่จงอู่กำชับเอาไว้
ตอนแรกที่เขาไม่ได้ให้เงินล่วงหน้าเป็นเพราะกังวลว่าจินเฟิงจะไม่ถูกใจคนที่พามา
ถึงตอนนั้นก็คงเอาเงินกลับมาไม่ได้ ถูกหรือไม่?
“ข้าขอบคุณพี่ฟางเหลย!”
ตอนนี้พวกเขาทั้งสองรู้สึกสบายใจและเริ่มกินอาหารอย่างเต็มที่
ในโรงตีเหล็ก จินเฟิงมองไปที่ประตูแล้วถามจงอู่อย่างสงสัย “เหตุใดเจ้ากลับมาคนเดียวล่ะ?”
“อย่าพูดถึงเลย วันนี้ข้าไปยังบ้านของสหายทั้งสอง คนหนึ่งขึ้นเขาไปล่าสัตว์และถูกเสือฆ่าตาย ส่วนอีกคนไม่มีที่พึ่งพิงและหายตัวไปเมื่อสามเดือนก่อน”
จงอู่ถอนหายใจ “ข้าเดาว่าพวกเขาคงไปที่ภูเขาแห่งหนึ่งเพื่อผันตัวเป็นโจร”
“วันนี้ฟางเหลยกับข้าตั้งใจออกไปหาสหายทั้งสี่ แต่เราพบเพียงต้าจ้วงและเถี่ยฉุยเท่านั้น อีกสองคนคือ…”
จางเหลียงไม่สามารถพูดต่อได้
ในยุคนี้ประชาชนต้องอยู่อย่างยากลำบาก
ชาวบ้านธรรมดาอาจเรียนรู้ที่จะอดทน แต่บรรดาทหารผ่านศึกได้เรียนรู้ทักษะทางการทหารมาแล้ว และมีน้อยคนที่เต็มใจที่จะอดทน
เมื่อยากจนก็ต้องดิ้นรน ทหารผ่านศึกบางคนย่อมมีความคิดอื่นผันตัวไปทำอย่างอื่นหลังปลดประจำการ
บางคนไปล่าสัตว์บนภูเขา บางคนไปดูแลบ้านเรือนของผู้ที่มั่งคั่ง และบางคนก็ขึ้นเขาไปเป็นโจรหลังจากญาติพี่น้องเสียชีวิต
เดิมทีจงอู่คิดว่าการรวบรวมสหายทั้งสามสิบคนจะเป็นเรื่องง่าย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายเลย
“ค่อย ๆ ดูไป ไม่ต้องรีบร้อน”
จินเฟิงตบไหล่จงอู่ “เจ้าจำเอาไว้ว่า คำขอของ