เวลาเกือบสิบวัน แต่ขากลับนั้นรวดเร็วกว่ามาก
เพราะตอนขากลับพวกเขาเดินทางตามกระแสน้ำ ใช้เวลาเพียงวันครึ่งก็ไปถึงท่าข้ามฟากจินชวนแล้ว
จากท่าเรือ พวกเขาต้องขี่ม้าต่อเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม จากนั้นก็จะเห็นหมู่บ้านซีเหอวานจากระยะไกล
กว่าจะมาถึงก็เป็นเวลาพลบค่ำและถึงเวลาอาหารพอดี เบื้องหน้าจินเฟิงคือควันที่พวยพุ่งขึ้นมา โดยมีฉากหลังเป็นภาพของภูเขาที่อยู่ไกลออกไปราวกับเป็นเมฆสีดำ กระท่อมแต่ละหลังกระจายอยู่ท่ามกลางภูเขา เหมือนกับภาพวาดหมึกจีน จินเฟิงอดไม่ได้ที่จะยืนบนหลังม้าแล้วทอดสายตาออกไป
แม้ว่าเขาจะเป็นนักเดินทางข้ามเวลา แต่จินเฟิงก็รู้สึกสงบลงทันทีเมื่อเห็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ตรงโค้งแม่น้ำ
ตัวเขาเหมือนคนพเนจรเดินทางกลับบ้านเกิดหลังจากผ่านการเดินทางไกลที่ยาวนาน
ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ มีคนรอเขากลับไปอยู่
พื้นที่โล่งตรงทางเข้าหมู่บ้าน กวานเสี่ยวเอ๋อกำลังเล่นกับเด็กวัยไล่เลี่ยกันสองสามคนอย่างสนุกสนาน จู่ ๆ นางก็เงยหน้าขึ้นและเหม่อมองไปไกล ๆ
“เสี่ยวเอ๋อ เจ้ามองสิ่งใดหรือ?”
น้องสาวของจางหม่านชางดึงนางแล้วพูดว่า “ถึงตาเจ้ากระโดดแล้ว”
“เสี่ยวฮวา เจ้าคิดว่าที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ใช่กองทหารม้าหรือไม่?”
กวานเสี่ยวเอ๋อเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น “พี่เขยของข้าต้องกลับมาแล้วแน่ ๆ”
หลังจากพูดจบ นางก็ไม่รอฟังคำตอบของจางเสี่ยวฮวาและรีบวิ่งออกจากหมู่บ้านเพื่อไปต้อนรับจินเฟิง
ทว่าหลังจากที่นางวิ่งไปได้ไ