ื้อผ้าที่ตัดเย็บตั้งแต่นางอายุสิบปี เมื่อนางโตขึ้นก็จะค่อย ๆ แก้ไขให้พอดีกับขนาดตัว พอแต่งงานกับบัณฑิตหนุ่มแล้วถึงมีเสื้อผ้าหลายชิ้น อย่างไรก็ตาม บางชิ้นก็ยังมีร่องรอยปะซ่อมอยู่บ้าง
แต่นี่ก็ถือว่าไม่เลว สำหรับครอบครัวที่ยากจน บางบ้านมีเสื้อผ้าเพียงหนึ่งหรือสองตัวเท่านั้น คนที่ออกไปข้างนอกจะได้สิทธิ์สวมใส่ ส่วนคนที่ไม่ได้ออกไปไหนก็ต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน
หากต้องลงไปทำงานที่แปลงดินก็จะตื่นแต่เช้ามืด ไม่ใช่เพราะว่าขยัน แต่เป็นเพราะไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ การออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างช่วยให้ไม่มีใครเห็น
เสื้อผ้าของคนลากเรือสามารถขาดรุ่ยได้ง่าย พวกเขาจึงจำเป็นต้องเปลือยกาย ไม่เช่นนั้น เงินที่ได้จากการทำงานหนักคงจะไม่เพียงพอเลี้ยงชีพ หากต้องนำไปซื้อเสื้อผ้า
“พวกเขาได้ค่าตอบแทนในการลากเรือเท่าไร?” จินเฟิงถาม
“เรื่องนี้พูดยาก หากหนทางไม่ยากลำบากนักค่าแรงจะอยู่ที่วันละเจ็ดถึงแปดเหรียญทองแดง แต่หากเป็นหนทางธุรกันดารเงินที่ได้รับก็จะสูงขึ้น อาจจะอยู่ที่วันละสามสิบหรือสี่สิบเหรียญทองแดง”
“แค่นี้เองหรือ?” หม่านชางถาม
แม้แต่จินเฟิงเองก็ยังแปลกใจ
อาชีพลากเรือทำเงินได้แค่นี้หรือ?
ไม่แปลกใจที่จางเหลียงบอกว่าค่าตอบแทนที่เขาให้เดือนละห้าร้อยเหรียญทองแดงนั้นมากเกินไป
“เส้นทางที่ยากลำบากได้เงินเพียงสามสิบหรือสี่สิบเหรียญทองแดงเท่านั้น”
เจิ้งฟางกล่าวต่อ “ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยหินผา หากไปเจอกระแสน้ำแรง