ขึ้น”
เสี่ยวเอ๋อกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“หมู่บ้านของพวกเจ้ามีเตาเผาอิฐอยู่ด้วยหรือ?”
ชิ่งไหวถามด้วยรอยยิ้ม
“พี่เขยบอกว่าสงสารเด็ก ๆ ในหมู่บ้านที่มีชีวิตยากลำบากและไม่อิ่มท้องจึงสร้างเตาเผาอิฐเพื่อให้ลุงในหมู่บ้านมาทำงานตอนที่ไม่ได้ทำนาได้”
“ท่านอาจารย์เป็นผู้มีคุณธรรมนัก”
เมื่อชิ่งไหวได้ยินสิ่งนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมจินเฟิงในใจอีกครั้ง
บัณฑิตหนุ่มโบกมือแล้วพูดอย่างสุภาพว่า “ยามไร้ซึ่งความสามารถให้พัฒนาตัวเอง เมื่อมีความสามารถให้ช่วยพัฒนาผู้อื่น หากข้าไม่พัฒนาตน ข้าคงไม่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านให้มีหนทางเลี้ยงปากท้องได้”
ขณะที่ชิ่งไหวกำลังจะเอ่ย ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมจอบที่หักครึ่งท่อน เขาพูดด้วยสีหน้าเป็นทุกข์
“จินเฟิง จอบของข้าหักขณะทำงานที่เตาเผา หากเจ้ามีเวลาช่วยซ่อมแซมสิ่งนี้หน่อยได้หรือไม่”
เครื่องเหล็กเป็นของมีค่าในเมืองต้าคัง แม้แต่มีดทำครัวก็ถือเป็นสมบัติที่สามารถส่งต่อไปยังสมาชิกในครอบครัวคนอื่นให้สืบทอดได้
เช่นเดียวกับจอบเล่มนี้ที่ถูกส่งต่อมาจากปู่ มาสู่พ่อของเขา จากนั้นก็ถูกส่งต่อให้เขาในที่สุด
“เตาหลอมเหล็กได้ถูกรื้อออกทั้งหมดแล้ว และยังไม่ได้ซ่อมแซม คงต้องใช้เวลาสองสามวัน”
จินเฟิงเหลือบมองส่วนที่หักของจอบ “เจ้านำสิ่งนี้ไปมอบให้หม่านชางก่อน เมื่อเตาใหม่พร้อม ข้าจะซ่อมมันให้และจะทำพลั่วให้เพิ่มด้วย เพราะมันใช้งานง่ายกว่าจอบมาก”
“พลั่วมีประโยชน์ในการขุดดินแต่หักง่ายเก