ท่านเห็นหรือไม่ว่าใครเข้ามาขโมย?” จินเฟิงถาม
เนื่องจากมีคนไม่มากที่รู้ว่าวันนี้เขาและกวานเสี่ยวโหรวจะออกไปข้างนอก ดังนั้นคนที่เข้ามาขโมยของตอนที่พวกเขาไม่อยู่น่าจะเป็นคนรู้จัก
“จะใครล่ะ ก็เซี่ยกวางคนก้าวร้าวผู้นั้นไง!”
หลินอวิ๋นฟางรีบเล่าอย่างรวดเร็ว
ช่วงนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเข้าไปเก็บผักในป่า แต่เนื่องจากบรรดาหญิงสาวต่างก็กลัวว่าจะมีเสือออกมาจากเขาด้านหลังอีก เสี่ยวอวี้กับซานเสิ่นจือเลยพาพวกนางมาหาจินเฟิง เพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจ
แต่พอพวกนางมาถึงบริเวณลานหน้าบ้าน ก็เห็นเซี่ยกวางและชายหัวโล้นไม่ทราบชื่อคนหนึ่งวิ่งออกมาพร้อมกับถุงผ้าที่สะพายไว้ด้านหลัง
เมื่อเห็นว่าตัวลงกลอนถูกทุบ พวกซานเสิ่นจือก็ตะโกนโวยวายว่า ‘ขโมย’ ทันที
พอจางเหลียงได้ยินเสียงเอะอะเขาก็รีบวิ่งมา ทว่าเซี่ยกวางกับชายหัวโล้นก็วิ่งหนีไปไกลเสียแล้ว
“จินเฟิง เจ้าไม่ต้องกังวล พี่เหลียงต้องจับเซี่ยกวางกลับมาได้แน่”
ทันทีที่หลินอวิ๋นฟางพูดจบ หัวหน้าหมู่บ้านก็กลับมาพร้อมกับกระบองในมือ
“ตามทันหรือไม่?”
เหล่าสตรีที่มารวมตัวกันยืนรายล้อมพร้อมเอ่ยถาม
“ไม่ทัน เซี่ยวกวางคนเลววิ่งเร็วเสียยิ่งกว่ากระต่าย เราวิ่งตามเขาไปถึงด้านหลังภูเขา แต่เขาวิ่งเข้าไปในป่ารกทึบแล้ว”
หัวหน้าหมู่บ้านโกรธจนตัวสั่น “แม้แต่คนในหมู่บ้านก็ยังคิดขโมย หากข้ารู้ก่อนหน้านี้คงปล่อยให้เขาอดตายไปแล้ว”
ในปีที่เกิดสงคราม ทีมลาดตระเวนของซีเหอวานถูกศัตรูซ