บาก
จินเฟิงเองก็ขี้เกียจที่จะฟังเถียนซานยาพล่ามพรรณนา ชายหนุ่มไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืด เขาจึงนั่งลงเพื่อศึกษาไนปั่นด้ายอย่างละเอียด
เมื่อเพื่อนบ้านเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจให้ดูอีกต่อไปก็พากันแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง
“สามี ข้าได้บอกพี่สะใภ้แล้ว ขากลับเราสามารถเอาไนปั่นด้ายนี้ไปด้วยได้”
เมื่อกวานเสี่ยวโหรวสลัดเถียนซานยาออกไปได้ นางก็มานั่งลงข้าง ๆ จินเฟิง
“เจ้าตั้งใจจะปั่นด้ายเพื่อหาเงินมาสนับสนุนข้าจริง ๆ หรือ?”
บัณฑิตหนุ่มหัวเราะและพูดติดตลก
ถึงแม้ว่าผิวพรรณทั่วร่างกายของกวานเสี่ยวโหรวจะบอบบาง ทว่าฝ่ามือของนางนั้นหยาบกร้านเนื่องมาจากการปั่นด้าย
กวานเสี่ยวโหรวก้มศีรษะลงแล้วกล่าว
“ข้ารู้ว่าสามีเป็นผู้มีความสามารถ เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี ไม่จำเป็นต้องให้ข้าช่วยหาเงิน แต่นอกจากการปั่นด้ายข้าก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ข้าคงไม่สามารถนั่งอยู่บ้านเฉย ๆ ได้หรอก จริงไหม?”
“ข้าไม่ได้ว่าอะไร แค่ปั่นด้ายเองไม่ใช่หรือ แต่ว่าไนปั่นด้ายนี้เหมือนจะใช้การไม่ได้แล้ว ไม่ต้องขนกลับไปหรอก ไว้กลับไปข้าค่อยทำอันใหม่ให้เจ้า”
ปริญญาเอกด้านวิศวกรรมของเขาจะได้ไม่สูญเปล่า โครงสร้างกลไกไนปั่นด้ายโบราณนี้ง่ายมาก จินเฟิงมองเพียงครู่เดียวก็เข้าใจแล้ว
“สามี เจ้าทำไนปั่นด้ายเป็นหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“ข้าทำเป็นหลายอย่างเลยล่ะ” จินเฟิงเอ่ยอย่างอวดเก่ง
“สามี เราออกไปข้างนอกกันเถิด ข้าอยากพาเจ้าไปพ