ี้ครอบครัวเจียกินอาหารเพียงวันละมื้อ ซึ่งโดยปกติแล้วจะกินตอนยามอู่ หลังจากนั้นก็จะไม่กินอะไรอีกจนกว่าจะถึงยามอู่ของวันถัดไป
เมื่อครู่นางทำงานอยู่ที่แปลง พอได้ยินว่ากวานเสี่ยวโหรวกลับมาแล้ว ความคิดแรกของนางคือ สตรีที่เป็นสินค้าขาดทุนผู้นี้กลับมาขอข้าวกิน
มันใช่เรื่องหรือ?
นางไม่มัวรีรอรีบดึงสามีวิ่งกลับบ้านโดยเร็วที่สุด
“ซานยา เสี่ยวโหรวและลูกเขยของข้ามาเยี่ยมพวกเราจริง ๆ นางไม่ได้มาขอข้าวกินอย่างที่เจ้าคิด”
กวานหลิวซื่อที่เข้าไปเอาน้ำในครัวเดินออกมาที่ห้องใหญ่ด้านหน้า “อีกทั้งพวกเขายังนำของขวัญติดมือมาด้วย”
“ในหมู่บ้านเราไม่มีใครไม่รู้ว่าสินค้าขาดทุนอย่างเสี่ยวโหรวได้แต่งงานกับบัณฑิตไม่ได้ความที่ไร้ประโยชน์ที่สุดในซีเหอวาน พวกเขาจะนำของขวัญอะไรมาได้? อย่างมากที่สุดก็คงจะนำผักป่ามาหนึ่งกำมือ!”
ยิ่งเถียนซานยาพูดมากเท่าไร ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่านางใจร้ายมากเท่านั้น “บัณฑิตนั้นเจ้าเล่ห์แพรวพราว พวกเขาต้องนำผักป่ามาแลกกับธัญพืชเป็นแน่!”
“พี่สะใภ้ ท่านทุบตีหรือดุด่าข้าได้ แต่ห้ามมาว่าสามีข้าเช่นนี้!”
กวานเสี่ยวโหรวถูกพี่สะใภ้รังแกมาถึงสองปี นางมีปมในใจอยู่แล้ว เมื่อได้ยินพี่สะใภ้พูดจาไม่ดีเกี่ยวกับจินเฟิง นางจึงรวบรวมความกล้าที่จะต่อสู้
“ข้าว่าเขาแล้วมันยังไงหรือ? ถ้าเจ้าทนฟังไม่ได้ก็ไสหัวออกไป!”
เถียนซานยาเห็นจินเฟิง “เจ้าสินะที่ถือตนเป็นบัณฑิต? ในเมื่อเจ้าเลือกสินค้าขาดทุนอย่างนางแล้ว ก็อ