อที่พวกเขาส่งมามีร่องรอยถูกคนแทงตาย มีรูเล็กใหญ่ไปทั่วร่าง ทว่าเสือของพวกข้านั้น มีรูเล็ก ๆ อยู่ไม่กี่รูเท่านั้น อีกทั้งตัวยังใหญ่ ขนสวย เปรียบเทียบกับเสือพวกเขาแล้ว เจ้าว่าอย่างไร?”
“สี่สิบก้วนถือว่าคุ้มค่า!”
“หนังเสือดี ๆ เช่นนี้ กี่สิบปีจะเจอสักที มันไม่คุ้มหรือ? หากน้อยกว่าสี่สิบก้วนข้าไม่ขาย!”
…
หลังจากต่อรองอยู่ครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเสือก็ถูกขายให้กับเหล่าโจวในราคา สามสิบสองก้วน
รวมกับเงินรางวัลที่ศาลาว่าการจ่ายมาให้อีกสามก้วน เสือตัวนี้จึงมีราคารวมอยู่ที่สามสิบห้าก้วน
เงินหนึ่งก้วนเท่ากับหนึ่งพันเหรียญทองแดง ดังนั้นเงินสามสิบห้าก้วนจึงต้องบรรจุใส่ถุงผ้า
เหรียญทองแดงของต้าคังมีค่ามาก หนึ่งเหรียญทองแดง สามารถซื้อซาลาเปาเนื้อได้หนึ่งชิ้น
เมื่อมีเงินจำนวนนี้ จินเฟิงก็ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีที่ต้องจ่ายและอาหารการกินอีก เขาจะมีกินมีใช้ไปอีกหลายปี!
“ไป ไปกินข้าว!”
เพราะมีเงินในมือ ชายหนุ่มจึงมีความมั่นใจมากขึ้น เมื่อจินเฟิงเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว เขาก็โบกมือด้วยท่าทางอาจหาญและเดินนำทุกคนไปหาร้านอาหาร
ตั้งแต่เช้าพวกเขาเดินทางข้ามภูเขามาเป็นระยะทางหลายสิบลี้โดยที่ยังไม่ได้กินอะไร จางเหลียงและคนอื่น ๆ ต่างก็ท้องร้องโครกครากด้วยความหิวอยู่ก่อนแล้ว
ต้าคังไม่มีกับข้าวแบบผัด อาหารหลักของที่นี่จะนึ่งและต้ม พวกเขาทั้งหมดพบโรงเตี๊ยมที่ตั้งอยู่ข้างทาง ดูแล้วสะอาดสะอ้าน แต่ละคนเลยสั่งต้มเนื้อมาคน