กที่จะพบกับคนที่มีเจตนาดีต่อผู้อื่นเช่นนี้
จินเฟิงได้เสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยครอบครัวของเขา พอมาได้ยินคำพูดเหล่านี้เข้า จางเหลียงยิ่งรู้สึกซาบซึ้งสุดหัวใจ
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านเห็นดังนั้น เขาก็ยิ้มจนตาหยีด้วยความยินดี
หลายปีมานี้ เสือโคร่งที่ลงมาจากเขาพรากชีวิตผู้คนไปไม่น้อย
ครั้งนี้ทางหมู่บ้านไม่ได้จัดตั้งกลุ่มล่าเสือด้วยซ้ำ แต่ชายผู้นี้กลับไม่รอให้เสือทำร้ายผู้คน เขาฆ่าเสือได้ด้วยตัวคนเดียว
ตอนนี้ชาวบ้านไปนำเชือกป่านมามัดเสือเอาไว้และแบกไปที่บ้านของจินเฟิงโดยไม่ต้องรอให้เจ้าตัวเอ่ยปาก
จินเฟิงนำเมล็ดถั่วลิสงที่ซื้อกลับมาในตอนสายออกมาแจกจ่ายให้กับผู้คนด้วยความอบอุ่นคึกคัก
แม้ตัวเขาจะหน้าแดงด้วยความเขินอาย แต่ก็ต้องทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับผู้มาเยือน ขณะเดียวกันสตรีในหมู่บ้านก็พูดจาหยอกล้อเขาไปด้วย
“จินเฟิง เจ้าจะให้ผู้ใดไปศาลาว่าการกับเจ้าหรือ?”
หัวหน้าหมู่บ้านดึงตัวบัณฑิตหนุ่มออกไปด้านข้าง แล้วกระซิบถามเขาเบา ๆ
เงินจากการขายเสือและค่าหัวนั้นถือเป็นเงินจำนวนมาก ตามกฎของทางการแล้ว จินเฟิงต้องดูแลเรื่องอาหารการกินให้ผู้ที่ติดตามไปศาลาว่าการ และหากรู้ทำนองคลองธรรมก็ควรจะให้ซองแดงตามสมควรด้วย
ยุคนี้ โอกาสที่จะมีข้าวกินจนอิ่มท้องนั้นไม่มากนัก ดังนั้นการได้ไปยังศาลาว่าการกับเขาไม่ต่างอะไรจากโอกาสในการรับทรัพย์ และหัวหน้าหมู่บ้านเองก็ไม่ได้มีสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องนี้
“เช่นนั้นรบกว