นหัวหน้าหมู่บ้าน พี่ใหญ่เถี่ยจือ พี่ลิ่วและพี่เหลียงด้วย”
จินเฟิงยกยิ้มออกมาพร้อมกับตัดสินใจเลือกคน
ในส่วนของหัวหน้าหมู่บ้านไม่ต้องพูดถึง เขาต้องไปอยู่แล้ว และครั้งนี้ก็ได้ไปพร้อมกับหลิวเถี่ยบุตรชาย เพราะสุดท้ายในอนาคตอีกฝ่ายก็ต้องเป็นผู้รับช่วงต่อคอยดูแลงานในหมู่บ้าน
ส่วนเฉินเหล่าลิ่วเป็นนายพราน เขาต้องไปศาลาว่าการเพื่อขายหนังสัตว์หลายครั้งต่อปีจึงค่อนข้างคุ้นเคยเป็นอย่างดี ฉะนั้นแล้วต้องให้เขาไปด้วย
แต่สำหรับจางเหลียงผู้ที่จินเฟิงเลือกไปด้วยนั้น อีกฝ่ายสามารถใช้แขนได้แค่ข้างเดียวเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้หัวหน้าหมู่บ้านประหลาดใจ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จินเฟิงเป็นผู้ตัดสินใจ หัวหน้าหมู่บ้านก็ไม่สามารถแย้งได้
กว่าจินเฟิงจะส่งคนในหมู่บ้านกลับไปหมดก็ดึกดื่นมากแล้ว
“เสี่ยวโหรว เจ้าอยากได้อะไรจากในเมืองหรือไม่?”
จู่ ๆ ชายหนุ่มก็โพล่งถามกวานเสี่ยวโหรวที่กำลังช่วยเขาเก็บข้าวของอยู่
ยุคสมัยนี้การเดินทางไปศาลาว่าการแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย มีคนอีกมากที่ตลอดทั้งชีวิตไม่เคยได้ไปที่นั่น
“เสบียงที่บ้านก็มีพร้อมแล้ว ข้าไม่ต้องการสิ่งใดหรอก…”
ยังไม่ทันพูดจบ เหมือนว่ากวานเสี่ยวโหรวจะนึกอะไรออก “สามี เจ้านำถังหูลู่กลับมาสักไม้ได้หรือไม่?”
“ได้สิ” จินเฟิงจำความต้องการของนางเอาไว้ในใจ จากนั้นก็ถามด้วยรอยยิ้ม “ไม้เดียวจะอิ่มหรือ?”
“สองปีก่อนน้องสาวของข้าล้มป่วย ท่านพ่อพานางไปรักษาในเมือง ตอนนั้นนางได้กินถ