ังหูลู่หนึ่งครั้ง พอกลับมานางก็พูดเรื่องนี้กับข้าอยู่เรื่อย ๆ ทั้งยังบอกอีกว่าถ้าชาตินี้ได้กินถังหูลู่อีกคงจะดีไม่น้อย”
น้ำเสียงของกวานเสี่ยวโหรวแผ่วเบาลง “ตั้งแต่ข้าจากมา สุขภาพของนางก็แย่งลงเรื่อย ๆ ผู้อาวุโสในหมู่บ้านต่างก็บอกว่านางคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินปีนี้… สามี หลังจากเจ้ากลับมาจากศาลาว่าการ ข้าขอแวะไปเยี่ยมน้องสาวได้หรือไม่?”
“เอาสิ”
จินเฟิงกอดภรรยาตัวน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน “ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า”
ตั้งแต่ตัวเขามาที่นี่ อาหารมื้อแรกที่ได้กินก็มาจากเงินส่วนตัวของแม่ยาย ดังนั้น เขาจำเป็นต้องไปเยี่ยมเยือนครอบครัวภรรยาด้วยตัวเอง
วันรุ่งขึ้น หัวหน้าหมู่บ้านพร้อมด้วยหลิวเถี่ยบุตรชาย นายพรานเฉินเหล่าลิ่ว และจางเหลียงต่างก็ตรงมาที่บ้านของจินเฟิง
โดยเฉินเหล่าลิ่วนำเกวียนมาด้วย
แต่กวานเสี่ยวโหรวก็ยังเร็วกว่าพวกเขา นางตื่นแต่เช้าเพื่อทำโจ๊กและนำขึ้นโต๊ะเรียบร้อย
“เสี่ยวโหรว คืนนี้ข้าคงไม่ได้กลับ หากเจ้ากลัวไปพักกับพี่สาวเจ้าสักคืนก็ได้”
ระยะทางในแนวเส้นตรงจากซีเหอวานไปยังศาลาว่าการนั้นประมาณยี่สิบกว่าลี้ ทว่าตรงกลางนั้นเป็นหุบเขาจึงทำได้แค่เดินทางอ้อม
เช่นนี้แล้ว กลายเป็นว่าระยะทางจึงเพิ่มขึ้นมาเป็นสี่สิบกว่าลี้ อีกทั้งทางบนภูเขาครึ่งหนึ่งนั้นยังแคบมาก ชายหนุ่มจึงไม่อาจเดินทางไปกลับได้ในวันเดียว
“อื้ม”
กวานเสี่ยวโหรวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
ถนนบนภูเขานั้นขรุขระและคับแคบ หลายจุดกว้างกว่าเกวี