ย เจ้าก็ไม่ควรพูดออกมาสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะเมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของเจ้า เขาอาจพากันไปจัดตั้งกลุ่มล่าเสือ หากสุดท้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เจ้าว่ามันเสียเวลาหรือไม่?”
“ตกลง ข้าเข้าใจแล้ว”
จินเฟิงพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้
เสือโคร่งนั้นดุร้ายมาก ชาวบ้านเพียงแค่คนหรือสองคนไม่สามารถจัดการได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อพบว่าเสือเริ่มเข้าใกล้หมู่บ้าน บรรดาคนหนุ่มคนแก่อาจต้องมารวมตัวกันเพื่อรับมือกับมัน และนั่นอาจทำให้งานอื่น ๆ ต้องล่าช้าลงกว่าเดิม
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจินเฟิงถึงลังเลที่จะกล่าวเตือนในตอนแรก
“ข้าเชื่อว่าจินเฟิงมีเจตนาดี เขาแค่พูดผิดไปเท่านั้น ทุกคนอย่าถือสาเอาความเลย แยกย้ายเถิด”
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านที่ทุกคนเคารพนับถือออกหน้าเพื่อประนีประนอมข้อพิพาท ทุกคนเลยไม่กล้าที่จะตำหนิบัณฑิตหนุ่มต่อ ทำได้เพียงพึมพำและแยกย้ายกันไปเท่านั้น
บ้างก็กลับบ้าน บ้างก็ติดตามชายหนุ่มไปที่เชิงเขา ด้วยหวังว่าอาจจะโชคดีได้กระต่ายมาเป็นอาหาร
ในบริเวณเชิงเขารอบนอก จางหม่านชางกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถในการนำฟืนใส่รถเข็น แต่เขาก็ทำได้ไม่ถนัดนัก เนื่องจากขาที่ใช้งานได้มีเพียงข้างเดียว
เมื่อจินเฟิงไปถึง ชายหนุ่มก็ไปช่วยยกอีกด้านของปลายฟืนขึ้น หลังจากวางมันลงบนรถเข็นแล้ว เขาก็ใช้เชือกป่านรัดเอาไว้อย่างเรียบร้อย
“ขอบใจเจ้ามากพี่ชายแซ่จิน”
จางหม่านชางขอบคุณเขาด้วยใจจริง
“เรื่องเล็กน้อย เจ้าขอบคุณทำไมกัน?”
จินเฟิง