ิงไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเหมือนกัน
“เจ้าพบเข้าแล้วหรือ?”
“เปล่า”
“เจ้ายังไม่ทันเห็นก็พูดจาเหลวไหลเสียแล้ว หากเจ้าไม่คิดจะทำให้ทุกคนตื่นตระหนกแล้วมีเจตนาอะไร? เจ้าใจจืดใจดำมากนะ ไม่อยากให้พวกเราขึ้นเขาไปล่ากระต่ายไม่พอ ยังไม่ให้มาเก็บผักอีก เจ้าอยากให้พวกเราทุกคนอดตายจริง ๆ ใช่หรือไม่!”
ซานเสิ่นจือเปิดฉากรัวใส่จินเฟิงไม่หยุดราวกับยิงปืนกล
“ข้าแค่คิดว่ามันน่าจะมีอันตรายเลยกล่าวเตือนพวกเจ้า ก็แค่นั้น หากพวกเจ้าสมัครใจเชื่อก็เชื่อ แต่หากไม่เชื่อก็ช่างมัน จะมาตะโกนเสียงดังใส่ข้าทำไม?”
เมื่อจินเฟิงถูกกล่าวหาอย่างไร้เหตุผล เขาก็เริ่มมีอารมณ์โกรธเช่นเดียวกัน จากนั้นชายหนุ่มก็ชี้ไปที่ภูเขาด้านหลัง “พวกเจ้าอยากล่ากระต่ายป่าหรือ ไปสิ ข้ารั้งพวกเจ้าไว้หรือ?”
“หยุดอยู่ตรงนั้นให้หมด!”
หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ยินข่าวรีบเดินทางมาทันที เขายืนอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย ในขณะที่ยังหายใจอย่างเหนื่อยหอบ “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านต้องช่วยพวกข้าตัดสิน”
เมื่อซานเสิ่นจือเห็นหัวหน้าหมู่บ้านมา นางก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งน้ำตาราวกับว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม
“จินเฟิง การจะตัดสินว่ามีสัตว์ดุร้ายหรือไม่ เจ้าต้องเห็นด้วยตาของเจ้าเองก่อน ต้องพบรอยเท้าของมัน หรือไม่ก็ขนของมัน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีร่องรอยของสัตว์อื่นที่โดนสัตว์ดุร้ายกัด”
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวต่อ “หากเจ้าไม่ได้พบอะไรเล