ูงและซื่อสัตย์เท่านั้นที่ต้องอดออม คนเหล่านี้ทำงานสามปีได้เงินหนึ่งแสนตำลึงเงินเท่านั้น ทว่าภายในศาลาว่าการมีคนไม่น้อยเลยที่สามารถกินเนื้อได้ทุกวัน”
จินเฟิงกล่าว “ข้าจะตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อให้เจ้าได้สุขสบาย ได้กินเนื้อทุก ๆ วันอย่างไม่เดือดร้อน”
“ขอแค่ได้กินอิ่มก็เพียงพอแล้ว ข้าไม่กล้าคิดกินเนื้อสัตว์ทุกวันหรอก”
“เหตุใดจึงไม่กล้าคิด? หากไม่ใช่เพราะมีสัตว์ร้ายอยู่บนเขา ในอนาคตเราคงไม่ขาดแคลนเนื้อสัตว์หรอก ถึงเวลานั้นข้าจะให้เจ้ากินแต่เนื้อจนเอียนเลยคอยดู”
“สัตว์ร้าย? สัตว์อะไรหรือ?”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
ชายหนุ่มส่ายหัว จากนั้นก็บอกนางเกี่ยวกับการคาดเดาของตนเอง
“สามี ถ้าเช่นนั้นช่วงนี้เจ้าไม่ต้องขึ้นเขาได้หรือไม่?”
กวานเสี่ยวโหรวถามพร้อมกับคว้ามือเขาเอาไว้
ไม่ง่ายเลยที่นางจะหาคนที่สามารถพึ่งพาและฝากชีวิตไว้ด้วยได้ หากมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับเขาจะทำอย่างไร
“ตกลง ช่วงนี้ข้าจะไม่ไปและจะอยู่ที่บ้านเป็นเพื่อนเจ้า”
จินเฟิงยิ้มและรับปาก
กวานเสี่ยวโหรวหน้าแดง เหมือนว่านางจะนึกอะไรบางอย่างออก “สามี พี่สาวของข้าก็ไปเก็บผักป่าที่เชิงเขา นางรู้เรื่องนี้หรือไม่?”
“พี่สาว?”
จินเฟิงคิดไม่ถึง
หญิงสาวคนอื่น ๆ ไปเก็บผักป่ากันอย่างเรื่อยเฉื่อย ทว่าว่าครอบครัวของจางหม่านชางมีผู้พิการถึงสองคน แน่นอนว่า อาหารหลักของพวกเขาก็คือผักป่าเหล่านี้ ดังนั้นลูกพี่ลูกน้องของภรรยาอย่างหลินอวิ๋นฟางย่อมต