ไม่พอใจเช่นเดียวกัน
“เมื่อก่อนพ่อของเจ้ามาเอาข้าวสาลีไปจากข้าสิบจิน ตอนนั้นข้าคิดว่าเจ้าน่าสงสารเลยไม่คิดมาทวง ทว่าตอนนี้ที่บ้านข้ามีสมาชิกเพิ่มขึ้นจนแทบไม่เหลือข้าวในหม้อ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เจ้าคืนข้าวสาลีให้แก่ข้าก็แล้วกัน”
เซี่ยกวางมาเยือนและทำราวกับว่าที่นี่เป็นบ้านของตน เขาเดินเข้ามาในลานบ้านอย่างย่ามใจและหาเก้าอี้มานั่งโดยไม่คำนึงถึงมารยาท
“พ่อของข้าน่ะหรือ เอาข้าวสาลีไปจากเจ้าสิบจิน?”
จินเฟิงแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “เจ้าเคยเห็นข้าวสาลีสิบจินด้วยหรือ?”
ใครกันแน่ที่ยากจนที่สุดในซีเหอวาน แน่นอนว่าคงไม่พ้นนักพนันอันดับหนึ่งอย่างเซี่ยกวาง ครอบครัวของเขายากจนมากและไม่มีอะไรเลย แม้กระทั่งเตียงนอนยังถูกขายไปเพื่อใช้หนี้พนัน
หากไม่ใช่เพราะคนในหมู่บ้านมีไมตรีจิตต่อพ่อของเขา อดสงสารไม่ได้ที่ครอบครัวเซี่ยจะไร้ซึ่งทายาทสืบตระกูล เจ้านี่คงอดตายไปนานแล้ว
คนเช่นนี้น่ะหรือที่อดีตช่างตีเหล็กจะไปขอหยิบยืมข้าวสาลีมาสิบจิน?
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการขู่กรรโชก
“ไสหัวไปซะ อย่ามาทำเรื่องไร้ยางอายและก่อความวุ่นวายแถวนี้”
จินเฟิงคร้านเกินกว่าจะต่อปากต่อคำกับคนอันธพาล
“จินเฟิง เจ้าคิดจะหนีหนี้อย่างนั้นหรือ?”
อันธพาลรุ่นใหญ่อย่างเซี่ยกวาง หากเขาเตรียมพร้อมและมาถึงที่นี่แล้ว จะโดนอีกฝ่ายไล่ให้กลับไปด้วยคำพูดไม่กี่คำได้อย่างไรกัน!
อันธพาลตัวฉกาจมองไปที่ประตูหน้าบ้าน จากนั้นก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง “