งนางไม่ได้โกหก เขารู้วิธีการล่าสัตว์จริง ๆ
กวานเสี่ยวโหรวนั่งยอง ๆ เพื่อดูกระต่ายที่จินเฟิงไปล่ามาได้และมองมันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นราวกับนึกอะไรออก นางรีบวิ่งเข้าไปในครัวและนำน้ำออกมาให้เขา “เหนื่อยหรือไม่ ดื่มน้ำก่อนนะ เดี๋ยวข้าจะไปอุ่นข้าวให้เจ้า”
“จากนี้ไปหากว่าข้านอนตื่นสายหรือกลับบ้านมาค่ำมืด เจ้าไม่ต้องรอข้านะ กินข้าวกินปลาก่อนได้เลย”
พูดจบจินเฟิงก็เดินตามภรรยาเข้าไปในครัว
“ได้อย่างไรกัน หากฝ่ายชายไม่ลงมือขยับตะเกียบก่อน ฝ่ายหญิงอย่างข้าจะทำเช่นนั้นได้หรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวโยนใบไม้แห้งเข้าไปในกองไฟหนึ่งกำมือ จากนั้นก็เขี่ยฟืนข้างใต้พร้อมกับออกแรงเป่าสองสามครั้ง ทำให้ไฟที่อยู่ด้านล่างลุกโชนติดกับใบไม้ที่เพิ่งโยนเข้าไป
แต่พอจะออกแรงเป่าอีกครั้ง ขี้เถ้าจากกองไฟก็ปลิวเข้าที่ใบหน้าของนาง
“ขี้เถ้าน่ะ”
จินเฟิงชี้ไปที่ปลายจมูกของภรรยา
กวานเสี่ยวโหรวจึงรีบใช้มือของตนเช็ดทันที
นางลืมไปสนิทว่ามือนางเองก็เต็มไปด้วยขี้เถ้าเช่นกัน นางยิ่งเช็ด จมูกก็ยิ่งเปรอะเปื้อน
“จมูกดำหมดแล้ว” จินเฟิงหัวเราะออกมา จากนั้นเขาก็ยื่นมือเข้าไปช่วยเช็ดออก “เราทั้งคู่ไม่มีกฎเช่นนั้นหรอก เจ้าทำอาหารเสร็จก็แค่กินมัน… หืม เหตุใดจึงเช็ดไม่ออกกัน?”
กวานเสี่ยวโหรวจ้องไปที่ดวงตากลมรีที่อยู่ด้านหน้า นางไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน ใจของนางเต็นแรงราวกับว่ามีกวางตัวน้อยเข้าไปวิ่งเล่นและกระโดดอย่างแรงอยู่ในนั้น…
แม้แต่สิ่งท