อหรัน กลับไม่คล้ายกันแม้แต่น้อย จ้าวเย่อหรับรูปลักษณ์ธรรมดา ทว่าสุขภาพแข็งแรง ส่วนจ้าวเย่อเหรินงด
งามเลิศล้ํา แต่กลับต้องทนทุกข์กับโรคเรื้อรัง ราวกับสวรรค์ตั้งใจจะมอบสิ่ง หนึ่ง แล้วพรากอีกสิ่งหนึ่งไป ทว่าในชีวิตนี้ สิ่งที่จ้าวเย่อเหรินเกลียดที่สุด…. ก็ คือโรคหืดหอบนี้ เพราะมันทําให้ชีวิตของนาง “ไม่สมบูรณ์แบบ”
“ไม่เป็นไร”
นางยิ้มอย่างมั่นใจ
“สุดท้ายก็ไม่กําเริบมิใช่หรือ? จะจับเลือก็ต้องยอมสละลูกแพะ วันนี้ ทุกอย่างอยู่ในการคํานวณของข้า ไม่มีทางผิดพลาด”
เสียนอวิ๋นอดชื่นชมไม่ได้
“คุณหนูช่างวางหมากได้แม่นยํานัก วันนี้แทบทุกอย่างอยู่ในกํามือ ท่าน นานกับฮูหยิน ก็มัวแต่เป็นห่วงท่าน ยังมิได้ไต่ถามรายละเอียดเลย”
“ดีแล้ว”
แววตาของจ้าวเย่อเหรินฉายประกายเย็นชา
“จ้าวอิงนังนั่น คิดหรือว่าเพียงกุมความลับไว้ จะข่มขู่ข้าได้? เพ้อฝัน สิ้นดี! วันนี้มีทั้งหลินซื่อจื่อและจ้าวเข่อหรันเป็นพยาน ต่อให้นางพูดสิ่งใด ใครจะเชื่อ?”
นางหัวเราะเย็น
“ยังคิดจะไปเรียนกับจินหมัวมัว…. นางมีคุณสมบัติหรือ?”
เสียนอวิ๋นพยักหน้า
“โชคดีที่คุณหนูไหวตัวทัน มิฉะนั้นคุณหนูสามคงได้ใจ”
จ้าวเย่อเหรินแค่นเสียง
“ใส่ร้ายจ้าวอิงนั้นเป็นเพียงเรื่องรอง…”
นางพลันนึกบางอย่างขึ้นได้
“จริงสิ วันนี้… ใครเป็นคนอุ้มย้ากลับมา?”
แม้ในความพร่ามัวจะรู้สึกว่าเป็นหลินซีหร่าน แต่เพื่อความแน่ใจ นาง
ยังต้องถามให้ชัด เสียนอวิ๋นยิ้มกว้าง
“วางใจเถิดเจ้าค่ะ