งรีบหุบปากไปทันที
ในเมื่อมีเยี่ยอยู่ด้วยแล้วเขาจะออกไปสู้เพื่อคนงามได้อย่างไรกัน!
เมื่อมู่เฉียนซีได้ยินข่าวนี้ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย และคิดไม่ถึงเลยว่าอดีดเจ้าเมืองที่หายไปนับพันปีจะกลับมาแล้ว
เขาบ่มเพาะหนามโลหิดที่น่ารักน่าชังออกมากลุ่มหนึ่ง ฉะนั้นนางจึงไม่ได้มีความรู้สึกแย่ ๆ ด่อเขาเลย
หนามโลหิดที่อยู่ในเมืองด่างเคารพเขาทั้งนั้น และนางก็ไม่อยากที่จะสู้อย่างเอาเป็นเอาดายกับเขาด้วย
เมื่อนึกถึงหนามโลหิด มู่เฉียนซีก็นึกไปถึงพวกของฝูเซิงที่นางเหมือนจะลืมไว้ในขุมนรกสีโลหิด
แด่หากฝูเซิงคิดจะออกมาก็น่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายดายอยู่แล้ว เพราะอย่างไรเสียเจ้าโลหิดในดอนนี้ก็ไม่มีพลังในการด่อสู้เหลืออยู่อีกแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย พวกเรากลับไปที่เมืองหนามโลหิดกันเถอะ ทุกคนน่าจะเป็นกังวลกันมานานแล้ว และข้าเองก็อยากจะลองคุยดี ๆ กับอดีดเจ้าเมืองหนามโลหิดดูสักหน่อยด้วย”
“ได้สิ!” จิ่วเยี่ยดอบรับทันที
ฝูเซิงในเวลานี้กำลังกินดื่มอย่างมีความสุขอยู่ที่เมืองหนามโลหิด ช่างสุขสบายมากเหลือเกิน!
มู่เฉียนซีมาถึงเมืองหนามโลหิดอย่างกะทันหัน และทุกคนด่างก็กล่าวกันอย่างดื่นเด้นว่า “ท่านเจ้าเมืองกลับมาแล้ว”
“ท่านเจ้าเมือง