้แต่น้อย
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็สามารถเอาชนะมันได้ และการหลอมขั้นพื้นผิวก็เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ซึ่งประสิทธิภาพของผลอสูรเพลิงหนึ่งลูกช่างแข็งแกร่งมากจริง ๆ
และในขณะเดียวกันนั้นเอง รังไหมสีแดงเลือดของเสี่ยวเฉี่ยก็หายไปแล้วเช่นกัน
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย นี่เสี่ยวเฉี่ยล้มเหลว หรือว่าประสบความสำเร็จกันแน่?
เสี่ยวเฉี่ยกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “ยังขาดอยู่อีกหน่อย ยังขาดอยู่อีกหน่อยเดียวเท่านั้น นี่มันเกิดปัญหาตรงไหนกันแน่นะ”
“บริวารน้อย ข้าอยากจะไปช่วยคน เจ้าหาที่ซ่อนตัวก่อน หากข้าไม่ได้กลับมาแล้วละก็ เช่นนั้นเจ้าก็จงไปหาพืชกลายพันธุ์ใหม่และช่วยให้มันเลื่อนขั้นกลายเป็นพืชกลายพันธุ์ขั้นเทวะเ เพื่อเอาชนะเจ้าโลหิตเสีย หลังจากนั้นก็ค่อยออกไปเถอะ!” หลังจากที่เสี่ยวเฉี่ยพูดจบ มันก็เตรียมพร้อมที่จะจากไปทันที
มู่เฉียนซีขวางเขาเอาไว้พลางกล่าวว่า “รอเดี๋ยว! ข้าอนุญาตให้เจ้าไปอย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าเป็นบริวารตัวน้อยของข้า มีบริวารตัวน้อยที่ไหนที่กล้าพูดกับข้าเช่นนี้” เสี่ยวเฉี่ยกล่าวอย่างโกรธเคือง
“หากต้องเลี้ยงพืชกลายพันธุ์อีกก็เสียเวลามากเกินไป นอกจากนี้ก็ไม่มีพืช