่อย ๆ แปรเป็นเย็นชา
ๆ
“แต่ข้าจะยอมให้เจ้ากดหัวข้าได้อย่างไร? หากเจ้าตาย ข้าก็จะได้ เป็นภรรยาเอกโดยชอบธรรม ข้ารู้ดีว่าถ้าเจ้ามีอันเป็นไป ท่านพ่อไม่มี ทางปล่อยโอกาสเกี่ยวดองกับจวนโหวหลุดมือ ท่านย่อมให้ข้าแต่งแทน เพราะฉะนั้น เจ้า.. ต้องตาย”
จ้าวเข่อหรันรู้สึกราวหัวใจถูกบีบขยี้ เลือดสีแดงสดไหลทะลัก
ออกจากริมฝีปาก นางเคยคิดว่าเขาคือคนดีของชีวิต แต่แท้จริงกลับลอบ
คบชูกับน้องสาวตนเอง ส่วนตนกลับโง่งม คอยเปิดทางให้คนทั้งสองได้
ใกล้ชิด
“แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วหรือ?”
จ้าวเข่อเหรินหัวเราะเบา ๆ
“พี่หญิงช่างอ่อนแอนัก ยังมีอีกเรื่องหนึ่งนะ เจ้าไม่คิดเลยหรือว่า แม้แต่สาวใช้คนสนิทก็ทรยศเจ้าได้?”
นางหัวเราะเบา ๆ ราวสายลมพัดผ่านใบไผ่ ๆ
“หลิงเอ๋อร์เป็นคนของข้ามานานแล้ว ข้าเพียงสัญญาลม ๆ
แล้ง ๆ ว่า หากวันหนึ่งข้าได้เป็นชื่อจื่อเฟย จะยกนางให้เป็นอนุของ ชื่อจื่อ เท่านั้นเอง นางก็หันหลังให้เจ้าแล้ว เจ้าว่าเจ้าล้มเหลวเพียงใด? แต่เจ้าอย่าห่วง ข้าไม่เลี้ยงหมาป่าขาวตาไว้ข้างกายแน่ อีกไม่นานข้าจะ ส่งนางไปหาเจ้า ให้ไปคุกเข่าขอขมาที่ปรโลก เจ้าจะได้ไม่เหงา”
เสียงนั้นค่อย ๆ เลือนหายไปในห้วงสติที่พร่าเลือน พิษในกาย กําเริบ ความหนาวเย็นคืบคลานเข้าสู่กระดูก เลือดลมไหลเวียนช้าลงราว หยุดนิ่ง ร่างกายเบาหวิวราวจะปลิวไปกับสายลม ทบทวนชีวิตที่ผ่านมา จ้าวเข่อหรันรู้สึกว่าตนเองช่างโง่เขลานัก ตั้งแต่เล็กจนโต นางยอมทุกสิ่ง ให้น้อง