เสียงของเถ้าแก่ผู่เริ่มสั่นเทา เขามองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ ม่านตาเขาพร่ามัว “ฉันสวดพระสูตรกราบไหว้พระพุทธเจ้า เพื่อชดใช้ความผิดที่ตัวเองก่อ ทำไมเธอไม่ปล่อยฉันไป?”
[ถุย! สวดมนต์กี่ปีถึงจะเท่ากับชีวิตคนหนึ่งคน? ขยะแขยงจนอยากอ้วกแล้ว!]
[การชดใช้ที่แท้จริง คือสารภาพความจริง ขอโทษครอบครัวสือหลิวและยอมรับโทษตามกฎหมาย คุณไม่จำเป็นต้องหาข้อแก้ตัวที่เห็นแก่ตัวมากมายขนาดนั้นอีก]
[นี่มันไม่ถูกนะพี่น้อง ครอบครัวของสือหลิวล่ะ? ทำไมครอบครัวของสือหลิวถึงไม่แจ้งตำรวจเรื่องสือหลิวล่ะ? หรือว่าพวกเขารับเงินจากเถ้าแก่ผู่ไม่ให้ดำเนินคดีใช่ไหม?]
เฝ่ยไป๋ลู่เป็นกระบอกเสียงแทนชาวเน็ต เธอถามว่า “ครอบครัวของสือหลิวล่ะ?”
ใบหน้าเถ้าแก่ผู่สับสน เขาพูดตะกุกตะกัก “ดูเหมือนพวกเขาจะย้ายบ้านไปหลังจากที่สือหลิวตาย ฉันเองก็ไม่รู้”
ดวงตาของเจียงชิงที่อยู่ด้านข้างแดงก่ำ เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “คุณไม่รู้ หรือว่าคุณแค่เดินจากไป โดยไม่ได้สนใจว่าครอบครัวของสือหลิวจะอยู่หรือตาย?”
เถ้าแก่ผู่ก้มศีรษะลง
อันที่จริงเขาไม่ได้รู้สึกอะไรมากนักกับการตายของสือหลิว นับประสาอะไรกับครอบครัวของสือหลิว ถึงยังไงผู้หญิงก็มีอีกมากมาย
ถ้าไม่ใช่เพราะหลายปีมานี้ผีสือหลิวหลอกหลอนเขา บางทีเขาอาจลืมเหตุการณ์เก่า ๆ เช่นนี้ไปแล้วก็ได้
[ฉันไม่เห็นความสำนึกเสียใจบนหน้าเถ้าแก่ผู่เลย เหมือนกับว่าชีวิตมนุษย์ไม่มีค่าอะไรในสายตาเขา]
[ไอ้สารเลวนี่! ฉันแทบรอไม่ไหว