อยากจะชกแกผ่านหน้าจอจริง ๆ!]
[ถ้าครอบครัวสือหลิวรู้ความจริง บางทีคงเสียใจตาย ตอนนั้นจิตใจดียอมให้คนอื่นมาพักอาศัย แต่ผลลัพธ์กลายเป็นแบบนี้ โธ่…]
“สือหลิวน่าสังเวชมาก ครอบครัวสือหลิวก็น่าสงสารเช่นกัน ช่างเป็นหายนะที่คาดไม่ถึงจริง ๆ เดรัจฉานในคราบมนุษย์อย่างเถ้าแก่ผู่สมควรถูกตอนทิ้ง คุณว่าไหมปู่เฉิง?” เหมียวจื่ออั๋งขยี้ตาที่กำลังจะร้องไห้ ความสามารถในการเอาใจใส่ของเขาไม่เป็นสองรองใคร
เดิมเหมียวจื่ออั๋งคิดว่าปู่เฉิงจะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย เพราะปู่เฉิงเป็นคนมีนิสัยสันโดษ ห่างเหินและไม่พูดเรื่องไร้สาระมากนัก
อย่างไรก็ตาม โดยไม่คาดคิด ปู่เฉิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หดหู่เศร้าหมอง
เหมียวจื่ออั๋งเห็นชั้นน้ำวาววับในตาอีกฝ่าย เขาจึงเอื้อมมือไปตบบ่าปู่เฉิง พลางคิดในใจว่าปู่เฉิงแปลก ๆ นิดหน่อย แต่คนเราก็มีความรู้สึกกันทั้งนั้น “ปู่เฉิงอย่าเศร้าไปเลยนะครับ มีชาวเน็ตเป็นพยานให้มากมาย เจ้าหมอนี่ต้องถูกส่งเข้าคุกแน่”
“ใส่กระโปรงสีแดงมาดูฝนตอนดึก ๆ ใครจะรู้ล่ะ…บางทีเธอเห็นเถ้าแก่ผู่รวยเลยคิดจะอ่อยเขาเองหรือเปล่า แต่กลับมาเสียใจเอาตอนที่เรื่องดำเนินไปได้ครึ่งทางแล้ว เลยโดนเถ้าแก่ผู่บีบคอตายโดยไม่ตั้งใจ”
ผู้หญิงคนหนึ่งในครอบครัวสี่คนกระซิบกับสามีของเธอ สามีดึงเธอแล้วพูดเสียงเครียดว่า “เบาเสียงลงหน่อย อย่าซุบซิบนินทา!”
“พูดแค่ไม่กี่คำไม่ได้เสียเงินไม่ใช่รึไง? ถ้าให้ฉันพูด สือหลิวคนนี้ก็ไม่ได้บริสุทธ