“ชะ… ชิงเฉิน…”
กู้หยุนซีเอื้อมมือไปสะกิดน้องชาย พลางเรียกเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย
กู้ชิงเฉิน ซึ่งกำลังข่มขู่เหล่าผู้ฝึกตนรอบข้างให้ถอยไป กลับสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของพี่สาว เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่า พี่สาวกำลังมองไปยังบางสิ่งด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
หืม?
สิ่งใดกันเล่า ที่ทำให้พี่สาวผู้แสนเก่งกาจของเขาแสดงท่าทางเช่นนี้ออกมา?
ต้องไม่ลืมว่าทั้งเขาและพี่สาวต่างก็มียันต์รักษาชีวิตที่บิดาให้ไว้ กล่าวได้ว่าในแดนลับจักรพรรดิคุนแห่งนี้ แทบไม่มีสิ่งใดที่สามารถเป็นภัยคุกคามต่อพวกเขาได้เลย
แล้วมันคืออะไรกัน ที่ทำให้พี่สาวถึงกับตัวสั่นเช่นนี้?
ด้วยความสงสัย กู้ชิงเฉินจึงหันตามสายตาของกู้หยุนซีไปมอง…
“เอ่อ…”
เพียงแค่มองครั้งเดียว หัวสมองของเจ้าตัวน้อยพลันมึนตึ้บเหมือนโดนฟาดด้วยค้อนหนัก
สีหน้าของกู้ชิงเฉินดูตื่นตระหนกยิ่งกว่ากู้หยุนซีเสียอีก
ราวกับว่าเขาได้เห็นผีตรงหน้า
เมื่อได้เห็นกู้ฉางชิงในทันทีนั้นเอง กู้ชิงเฉินก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพี่สาวถึงแสดงท่าทางเช่นนั้น…
กู้หยุนซีรีบคว้ามือน้องชายเอาไว้ก่อนจะเดินตรงไปยังกู้ฉางชิงด้วยความรวดเร็ว
ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างรู้ตัวดี จึงรีบหลบออกไปเปิดทางให้อย่างไม่ลังเล
เด็กปีศาจทั้งสองคนนี้ แม้จะยังไม่อยู่ในขอบเขตราชา แต่ใครกันจะกล้าไปยั่วโมโหพวกเขา?
แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตราชาเอง ก็ยังต้องชั่งใจคิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะลงมือ