ะมุขตระกูลเทียนอยากจะพูด แต่พิษในร่างกายทำให้เขาไม่มีเรี่ยวแรง ทำได้เพียงจ้องมองแม่ใหญ่รังแกบุตรชายของตนอยู่เฉย ๆ
ทว่าในขณะนั้นเอง ลู่เฉินทุบทำลายค่ายกลรอบข้างจนแตกกระจาย และปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ เทียนเซียวในพริบตา เทียนเซียวตกตะลึง “ผู้อาวุโส ท่านออกมาได้แล้วหรือ?”
“เพียงแค่ค่ายกลเล็กน้อย ไม่มีอะไรมากมาย” ลู่เฉินพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
เทียนเซียวอดชื่นชมไม่ได้ ส่วนสีหน้าของแม่ใหญ่พลันเปลี่ยนไป “ไม่มีอะไรมากมาย?”
“ไม่งั้นจะเป็นอะไรได้?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองนาง
สีหน้าของแม่ใหญ่บิดเบี้ยวเป็นอย่างมาก ส่วนประมุขตระกูลเทียนที่ถูกกักขังอยู่ข้างใน หันมามองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ พร้อมพึมพำในใจว่า ‘หนุ่มน้อยคนนี้ไม่ธรรมดาเลย’
เทียนเซียวหันไปมองแม่ใหญ่และร้องบอกว่า “แม่ใหญ่ ท่านเห็นแล้วว่าผู้อาวุโส มีพลังอำนาจมากแค่ไหน!”
“ก็แค่ขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น ไม่มีอะไรมากมาย!” แม่ใหญ่ไม่เชื่อว่าลู่เฉินจะทำอะไรตนได้
เทียนเซียวรู้ว่าไม่ว่าพูดอะไรไป อีกฝ่ายก็คงไม่เชื่ออยู่ดี จึงหันไปมองลู่เฉิน ส่วนลู่เฉินหันมามองแม่ใหญ่ “ถึงเวลาจบได้แล้ว”
“เจ้าบอกว่าจบ มันก็จะจบได้งั้นหรือ?” แม่ใหญ่ส่งเสียงฮึดฮัด
ลู่เฉินหยิบธนูเงามารออกมา และสะสมพลัง
เมื่อเห็นชายหนุ่มหยิบธนูออกมา แม่ใหญ่ก็แสดงท่าทางประหลาด “หนุ่มน้อย เจ้าจะใช้ธนูยิงข้าหรือ”
“ไม่ชัดเจนอยู่แล้วหรือ?” ชายหนุ่มยิ้มมองนาง
“คิดว่าธนูเก่า ๆ นี้จะทำอะไรข้าได้งั้นหรือ