รู้หรือไม่ว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้อาจซ่อนตัวอยู่ที่ใด?”
ทุกคนมองหน้ากันไปมา จากนั้นก็มีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า “นายท่าน โดยปกติแล้วสตรีศักดิ์สิทธิ์และเจ้าสำนัก จะอยู่ในเขตลับของวังทะเลภูเขา แต่สถานที่นั้นมีเพียงเจ้าสำนัก และสตรีศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไป ดังนั้นจึงจไม่มีใครรู้ว่าข้างในเป็นอย่างไร”
“เขตลับ?”
“ใช่ หอทะเลภูเขา” คนผู้นั้นตอบ
ลู่เฉินสีหน้าเย็นชา “ข้าจะไปดูว่าหอทะเลภูเขานี้เป็นที่เช่นไร”
พูดจบ ชายหนุ่มก็ให้พวกเขานำทาง
หลังจากผู้อาวุโสเหล่านั้นพาลู่เฉินและคณะจากไป ผู้คนในศาลาประกาศภารกิจก็พากันวิพากษ์วิจารณ์
“คนผู้นั้นเป็นใครกัน? ทำไมผู้อาวุโสเหล่านั้น ถึงต้องสุภาพกับเขาขนาดนั้น?”
“ใครจะไปรู้เล่า!”
“อย่างไรก็อย่าไปยุ่งกับเขาเข้าก็แล้วกัน”
ทุกคนพากันวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนลู่เฉินและคณะใช้เวลาเดินทางสักพัก ก็มาถึงภายในวังทะเลภูเขา พร้อมเห็นหอที่แผ่รัศมีดำออกมา และบนหอมีป้ายแขวนอยู่ ซึ่งเขียนว่า ‘หอทะเลภูเขา’
หอทะเลภูเขานี้ดูเหมือนศาลาสามชั้นขนาดเล็ก นอกจากแผ่รัศมีดำออกมาแล้ว ก็ไม่เห็นมีความผิดปกติอื่นใด เพราะทุกด้านล้วนปิดสนิท
“นายท่าน ที่นี่แหละขอรับ” มีคนชี้ไปข้างหน้า พลางกล่าวกับลู่เฉินอย่างนอบน้อม
ลู่เฉินให้ทุกคนรออยู่ด้านนอก ส่วนตนเองตั้งใจจะเข้าไปเพียงลำพัง แต่ถังอิงก็ติดตามมาด้วย และยังพาเป็ดมารมาด้วยกัน พวกเขาเดินไปยังหน้าประตู
“เมื่อครู่ข้าได้สอบถามมาแล้ว พวกเขา