งถังอิง พร้อมพันรัดร่างของนางเอาไว้
ถังอิงตกใจทันที เพราะกลิ่นอายซากศพนี้ทำให้วิญญาณของนาง ถูกผูกมัดไว้ราวกับติดกับดัก นางจึงร้องบอกลู่เฉิน”ไอ้หนู ข้าขยับตัวไม่ได้แล้ว!”
“ช่างเป็นตัวถ่วงจริง ๆ” ลู่เฉินส่ายหน้าอย่างจนใจ
“เจ้าว่าอะไรนะ เป็นตัวถ่วงงั้นหรือ?” ถังอิงไม่ยอมรับ
“อะไรกัน? ยังไม่ยอมรับอีกหรือ?” เขาย้อนถาม
แน่นอนว่าถังอิงไม่ยอมรับ กระทั่งถึงขั้นเถียงขึ้นมา ส่วนคนของวังทะเลภูเขาทนดูสองคนนี้ไม่ไหว จึงเริ่มโจมตีลู่เฉินอย่างบ้าคลั่ง
ใครจะรู้ว่าลู่เฉินเคลื่อนไหวราวกับเงาที่หลงเหลือ พร้อมเคลื่อนที่ไปทั่วทุกทิศทาง
ทุกคนเริ่มร้อนรน โดยเฉพาะพวกคนแก่ที่คิดว่าตนแข็งแกร่ง แม้จะไม่สามารถฆ่าลู่เฉินได้ แต่การทำให้เขาบาดเจ็บก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ทว่าดูจากสถานการณ์ตอนนี้ พวกเขาไม่สามารถทำอะไรลู่เฉินได้เลย
อวิ๋นเมิ่งหนิงทนไม่ไหว จึงหันไปมองเจ้าสำนักที่อยู่ด้านข้าง “ท่านเจ้าสำนัก พวกเราต้องหาวิธีกักขังเขาให้ได้นะเจ้าคะ”
เจ้าสำนักใช้ทุกวิธีที่ทำได้ไปหมดแล้ว จึงขมวดคิ้วพลางกล่าว “ทำได้เพียงพึ่งพาทุกคนแล้ว หากพึ่งข้าเพียงคนเดียว หรือใครคนใดคนหนึ่ง ก็ไม่มีทางกักขังเขาได้”
“หรือว่าท่านเจ้าสำนักก็ไม่มีวิธีเช่นกัน?” อวิ๋นเมิ่งหนิงถามด้วยความกังวล
เจ้าสำนักส่งเสียงรับ “ใช่”
อวิ๋นเมิ่งหนิงเยสีหน้าเคร่งขรึม “ตอนนี้นอกจากจะใช้ค่ายกลลึกลับของวังทะเลภูเขาแล้ว ก็ไม่มีทางอื่นที่จะจัดการเขาได้”
“ค่ายก