ยเวลาพูดมากกับมัน จึงใช้ตราประทับภูตตีทันที แล้วสร้างพันธสัญญากับมัน จากนั้นก็สั่งให้มันโจมตีตัวเอง
อีกาแห่งความตายรู้สึกหงุดหงิดอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ชีวิตของมันอยู่ในมือของลู่เฉิน มันจึงทำได้เพียงยอมให้ลู่เฉินจัดการตามใจ
ดังนั้นมันจึงโจมตีต่อไปเรื่อย ๆ จนผ่านไปหนึ่งเค่อ ชายหนุ่มจึงเดินออกมาจากวิญญาณของมัน
ถังอิงที่อยู่ด้านนอกเห็นลู่เฉิน เดินออกมาอย่างกะทันหัน จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก “ตกใจแทบตาย”
อินซานเองก็ถอนหายใจเช่นกัน แต่ลู่เฉินกลับดูดวิญญาณสัตว์เหล่านี้ เข้าไปในแผ่นหินฉวิญญาณต่อหน้าทุกคน
เมื่อเห็นเช่นนั้นถังอิงก็ตะลึง “เจ้า… จัดการพวกมันง่าย ๆ แบบนี้เลยหรือ?”
“แล้วจะให้ทำอย่างไร? เก็บไว้เพื่ออะไรเล่า?” ลู่เฉินย้อนถามพวกเขา
“เจ้าแข็งแกร่งเกินไปแล้ว” ถังอิงกล่าวอย่างรู้สึกตื่นตะลึง
ลู่เฉินยิ้มบาง ๆ และไม่ได้พูดอะไรมาก แต่หันไปมองหั่วเตาหลางแล้วพูดว่า “เจ้าเข้ามาใกล้ ๆ”
หั่วเตาหลางรู้สึกสงสัยว่า ลู่เฉินจะทำอะไร จึงก้าวเข้าไปหาและกล่าวว่า “นายท่าน”
“ข้าจะมอบเปลวเพลิงให้เจ้า เปลวเพลิงนี้เหมาะสำหรับการฝึกบำเพ็ญของเจ้า” ลู่เฉินนึกถึงเปลวเพลิงที่ได้มาจากค่ายกลหมอกเพลิงก่อนหน้านี้ ที่ยังไม่ได้มอบให้หั่วเตาหลาง
ส่วนหั่วเตาหลาง แม้จะสงสัยว่าเป็นเปลวเพลิงอะไร แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เพียงแค่ตอบรับว่า “ขอรับ”
เห็นเพียงลู่เฉินนำเพลิงสงบสมุทร ออกมาจากร่างของตน แล้วส่งเข้าไปในร่างของหั่วเตาหลา