ะถูกจัดการก็คือเจ้า!”
“ถ้าเจ้าพูดมากอีก ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย!” จินเฉวียนหู่โกรธจนแทบระเบิด
ถังอิงพูดเย้าแหย่ “อย่าว่าแต่เขาเลย แม้แต่ข้า เจ้าก็ยังรับมือไม่ได้”
“เจ้า!” สีหน้าของจินเฉวียนหู่พลันดูไม่สู้ดีนัก เขาล้วงห่วงทองออกมาจากอกเสื้อ แล้วขว้างออกไป
ห่วงนั้นลอยออกไป และติดตามลู่เฉินไปทุกที่ที่เขาไป แล้วพันรัดร่างของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ราวกับจะขังเขาไว้ในนั้น
จากนั้นจินเฉวียนหู่ก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง “ดูสิ จัดการได้แล้วใช่หรือไม่”
อินซานยังคลางแคลงใจ “จัดการได้จริงหรือ?”
ถังอิงรู้เรื่องที่ลู่เฉินสามารถจัดการอาวุธวิเศษได้ จึงเยาะเย้ยว่า “เจ้ารีบเก็บอาวุธวิเศษของเจ้าไปเถอะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวอาวุธวิเศษนี้ก็จะพังพินาศแล้ว!”
“คนที่จะพังพินาศก็คือเขาต่างหาก!” จินเฉวียนหู่แค่นเสียง แล้วควบคุมห่วงทองให้รัดร่างลู่เฉินแน่นขึ้น
ใครจะรู้ว่าเปลวเพลิงสิบเอ็ดชนิด ลุกโชนขึ้นบนร่างของลู่เฉิน ทำให้ห่วงทองลุกไหม้ขึ้นทันที
เมื่อเห็นเช่นนั้นจินเฉวียนหู่ก็ตะลึงงัน เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าลู่เฉินจะเก่งกาจถึงเพียงนี้
ไม่เพียงจินเฉวียนหู่เท่านั้น ทว่าทุกคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นต่างสูดหายใจเฮือกใหญ่
ต่อมาลู่เฉินใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณ จากนั้นจินเฉวียนหู่ก็ราวกับถูกขังอยู่กับที่ทันที เขาตกใจจนร้องเสียงหลง “ข้าเป็นอะไรไป!?”
เมื่อเห็นจินเฉวียนหู่ขยับตัวไม่ได้ ทุกคนถึงได้รู้ว่าลู่เฉินน่าเกรงขามเพียงใด และลู่เฉินก็ให้หั่ว