?”
“ใช่ คือพวกมัน” หญิงสาวที่อยู่ตรงนั้นยิ้มขึ้นมา
ซางเจี้ยนซานมีบางอย่างไม่เข้าใจ “เหตุใดสองฝ่ายนี้จึงสนใจขั้นหลอมแก่นแท้ผู้นี้มากนัก”
“เดิมข้าก็ไม่ได้สนใจมากนัก แต่เจ้ายังได้รับบาดเจ็บจากเขา ดังนั้นข้าจึงสนใจขึ้นมาแล้ว” หญิงสาวเผยรอยยิ้มประหลาด
“ราชาทราย ตอนนี้ควรทำเช่นไรดี?” ซางเจี้ยนซานหวังว่าหญิงสาวตรงหน้าจะลงมือจัดการลู่เฉินจริง ๆ และหากเป็นเช่นนั้นตนต้องได้เป็นเจ้าสำนักในอนาคตแน่
“ข้าจะส่งคนไปคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเขา และเมื่อจำเป็นข้าจะลงมือเอง”
“เช่นนั้นข้าเล่า?” ซางเจี้ยนซานพูดด้วยความแปลกใจ
“เจ้าฝึกฝนตนไป พร้อมรอข่าวจากข้า” เมื่อพูดจบ หญิงสาวจึงหายตัวไป
ซางเจี้ยนซานพลันรู้สึกดีใจขึ้นมา “เจ้าหนู เจ้าก็แค่รอวันตายเท่านั้น”
…
ลู่เฉินไม่ทราบว่ายังมีคนที่อยู่เบื้องหลังซางเจี้ยนซาน ดังนั้นเขาจึงเดินไปตามทางของตน จนกระทั่งวันถัดไปจึงมาถึงยังบริเวณใกล้ ๆ ของสถานที่ซึ่งเรียกว่าลัทธิมารเหมันต์
ภูเขาตรงหน้าปกคลุมไปด้วยหิมะ อีกทั้งบริเวณโดยรอบภูเขาแห่งนี้ยังถูกล้อมไปด้วยไอมาร และมีค่ายกลบดบังอยู่ ทำให้ไอมารเหล่านี้ไม่ได้แผ่พลังที่แข็งแกร่งออกมามากนัก เมื่อคนทั่วไปมองจึงดูราวกับเป็นกลุ่มหมอก ที่ล้อมไว้รอบ ๆ เท่านั้น
“นายท่าน คือที่นี่ขอรับ” เซี่ยอีฉานพูดด้วยความยินดี
ลู่เฉินกลับเอ่ยถามขึ้นมา “ไอมารของลัทธิมารเหมันต์นี้มาได้อย่างไร?”
“ว่ากันว่าลัทธิมารเหมันต์มีสถานที่แปลกประหลาดอ