ยู่ และสถานที่แห่งนั้นก็เต็มไปด้วยไอมาร” เซี่ยอีฉานอธิบายออกมา
ลู่เฉินเข้าใจคำพูดดังกล่าวแล้ว จึงเดินหน้าต่อไป
แต่เซี่ยอีฉานกลับรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน โดยเฉพาะเมื่อเดินไปด้านนอกค่ายกล พร้อมได้เห็นเลือดสีแดงจาง ๆ ไหลซึมออกมาจากหิมะบนฝ่าเท้า มันดูเหมือนกับหลังจากคนตายแล้วมีเลือดไหลซึมออกมารอบ ๆ
เซี่ยอีฉานหวาดกลัว จนกระโดดถอยออกมาด้านหลังทันที
ลู่เฉินมองไปยังเซี่ยอีฉาน “เป็นอะไรหรือ?”
“นะ… นายท่าน ท่านดูหิมะเหล่านี้”
“เป็นเพียงหิมะเท่านั้น มีเรื่องใหญ่อะไรกัน?” ลู่เฉินย้อนถาม
เซี่ยอีฉานพูดอย่างลำบากใจ “นายท่าน …หรือว่าท่านไม่กลัวสิ่งนี้หรือ?”
“นี่เรียกว่าน่ากลัวหรือ?” ลู่เฉินจ้องมองเซี่ยอีฉาน
เซี่ยอีฉานพูดไม่ออกทันที และในขณะนั้นเลือดบนพื้นหิมะได้หลอมรวมกันขึ้นมา จากนั้นก็กลายเป็นมนุษย์หิมะที่ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด อีกทั้งในมือยังถือทวนชี้มายังคนทั้งสาม “ที่นี่คือลัทธิมารเหมันต์ หากไม่ได้เป็นศิษย์จงรีบออกไปซะ!”
เซี่ยอีฉานรีบไปยืนด้านหลังลู่เฉินทันที และพูดกับชายหนุ่ม “นายท่าน นี่คือสาวกโลหิตของพวกเขา หรือที่เรียกว่าผู้พิทักษ์โลหิต”
ลู่เฉินขานรับ แต่ไม่ได้สนใจมากนัก
เมื่อเห็นชายหนุ่มไม่กลัว เซี่ยอีฉานจึงไม่พูดใด ๆ ต่อ ส่วนหั่วเตาหลางจึงมองไปยังลู่เฉิน “นายท่าน มอบให้ข้าเถิด”
“อืม จัดการได้ตามสบาย”
“ขอรับ” หั่วเตาหลางพูดจบ จึงดึงกระบี่เพลิงทั้งสองเล่มออกมา
เมื่อคนผู้นั้นเห็นว่าหั่วเต