วังฝูพลันกำลังหวาดกลัวจนตัวสั่น “นะ… นายท่าน ท่านเก่งกาจยิ่งนัก”
“ราชันจอมมารอยู่ด้านในใช่หรือไม่?”
“ขอรับ เขาเป็นประมุขของที่นี่ และยังห้ามมิให้ผู้ใดเข้าใกล้เขา มิเช่นนั้นจะถูกเขาทำลาย” หวังฝูอธิบายออกมา
ลู่เฉินพลันแสยะยิ้มออกมาและเอ่ย “เช่นนั้นต้องดูว่าเขาสามารถช่วยข้าได้หรือไม่”
ช่วย?
หวังฝูไม่รู้ว่าลู่เฉินหมายความว่าอย่างไร ส่วนลู่เฉินเดินไปยังประตูบานนั้นแล้ว และเมื่อตรวจสอบดูด้านข้างของประตูอยู่ครู่หนึ่งแล้ว จึงเตรียมที่จะเปิดเข้าไป
แต่ทันใดนั้นก็มีสียงตะวาดดังขึ้นมาจากด้านใน “ไสหัวไป!”
เมื่อลู่เฉินเห็นมวลพลังเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจขึ้นมา “ไม่เลว นับว่ามีความสามารถไม่น้อย”
หวังฝูรู้สึกว่าลู่เฉินเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดบางอย่าง และผู้ที่อยู่ด้านหลังประตูก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย “เจ้าอยากตายจริง ๆ หรือ?”
ลู่เฉินไม่สนใจคำเตือนของอีกฝ่าย และเตรียมจะผลักประตูเปิดเข้าไป ทว่าก็มีเสียงตะวาดดังออกมาทันที
น้ำเสียงนั้นราวกับเสียงสิงโตคำรามออกมา
หวังฝูที่ยืนอยู่ด้านหลังลู่เฉินกรีดร้องขึ้นมาทันที จากนั้นก็กระเด็นออกไป
ลู่เฉินกลับไม่เป็นอะไร และยังแสยะยิ้มออกมา “น่าสนใจไม่น้อย”
ผู้ที่อยู่ด้านหลังประตูเงียบเสียงลง พร้อมเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เจ้าไม่เป็นอะไรหรือ?”
“ไม่เป็นไร หากเป็นไปได้ เจ้าสามารถปล่อยผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งกว่านี้ออกมาได้” ลู่เฉินหัวเราะขึ้นมา
เมื่อได้ยินดังกล่าว คนในประตูนั้นจึงร