้อนใจขึ้นมาทันที “ดูเหมือนเจ้าจะไม่ใช่ขั้นหลอมแก่นแท้ธรรมดาสินะ”
“ลองดูก็ได้รู้แล้ว!”
พูดจบ ประตูหินจึงถูกเปิดออก และเห็นเพียงด้านในประตูหินที่มืดสลัว
แต่กลับมีไอมารจำนวนมาก และยังมีบางสถานที่แผ่กระจายแสงสีม่วงออกมา จากนั้นก็มืดลง
เมื่อลู่เฉินเห็นดังนั้น กลับรู้สึกแปลกใจขึ้นมา “หรือไอมารจะออกมาจากด้านใน?”
และในขณะนั้นเอง พลังจำนวนมหาศาลดูดลู่เฉินเข้าไป จากนั้นประตูหินก็ปิดลง ส่วนหวังฝูที่อยู่ด้านนอกหวาดกลัวขึ้นมา “ควรทำเช่นไรต่อดี?”
ภายในประตูหินนี้ ลู่เฉินยืนอยู่ท่ามกลางความมืดพลางยิ้มออกมา “ออกมาเถิด”
และในขณะนั้นเอง ชายร่างกำยำที่มีแสงสีม่วงสว่างรอบตัวก็ออกมา อีกทั้งทั่วร่างยังถูกโซ่ตรวนสีดำสนิทพันรัดไว้
ชายร่างใหญ่เบิกตากว้างและมองไปยังลู่เฉิน “อย่าคิดว่ามีโซ่ตรวนวิญญาณนี้ แล้วข้าจะฆาเจ้าไม่ได้”
“ข้าสามารถปลดตรวนของเจ้าออกได้ แต่เจ้าต้องรับปากข้าว่าหลังจากปลดออกแล้ว เจ้าต้องใช้พลังออกมาทั้งหมด” ลู่เฉินพูดในสิ่งที่ตนคิดออกมา
เมื่อชายร่างใหญ่ได้ยินคำพูดของลู่เฉิน จึงมีสีหน้าสับสนขึ้นมา “เจ้าหนู เจ้าเสียสติ หรือคิดว่าข้าโง่กันแน่?”
“มีปัญหาหรือ?”
“เจ้ากำลังจะตาย แต่กลับกล้าอวดดีเพียงนี้เชียวหรือ?” ชายร่างใหญ่รู้สึกว่าลู่เฉินมาเพื่อสบประมาทตน ดังนั้นจึงรู้สึกโมโหขึ้นมา
ชายหนุ่มยิ้มพลางมองคนตรวหน้า “สิ่งที่ข้าพูดหมายถึงเช่นนั้นจริง ๆ”
“รนหาที่ตาย!” เมื่อชายร่างใหญ่พูดจบ จึงส่งเสียงป