นั้นจึงคิดจะลองอีกครั้ง
โดยเฉพาะวิญญาณมารบางส่วน ที่รู้สึกว่าเมื่อครู่ยังไม่ได้ใช้พลังออกไปทั้งหมด ดังนั้นตอนนี้พวกมันจึงเพิ่มพลังเข้าไปอีก
ไม่นานวิญญาณมารเหล่านี้ก็ต้องยอมรับความจริง เพราะพวกเขาได้พ่ายแพ้ลงอีกครั้ง
ดังนั้นคนเหล่านี้จึงเริ่มถกเถียงกัน “เหตุใดเจ้าหนูผู้นี้จึงทำเช่นนี้ได้?”
“ใครจะรู้กัน”
“น่ากลัวเสียจริง!”
ลู่เฉินกลับพูดขึ้นมา “ยังไม่จบ ต่อไป!”
ทุกคนต่างคิดว่าลู่เฉินกำลังหัวเราะเยาะพวกเขาอยู่ ดังนั้นจึงมีคนโมโหขึ้นมา “เจ้าหนู อย่าอวดดีนัก!”
“ใช่ ผู้แข็งแกร่งในบรรดาพวกเรานั้นยังมีอยู่อีกมากนัก!”
“ใช่!”
ใครจะคิดว่าลู่เฉินยังคงหัวเราะพวกเขาและเอ่ย “โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่สนใจพวกตน ก็ทำให้วิญญาณมารแต่ละคนรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก บางคนยังท้าทายให้ลู่เฉินไปหาร่างที่แท้จริงของพวกเขาด้วย
แต่ลู่เฉินกลับหัวเราะออกมาและเอ่ย “ข้าไปหาร่างที่แท้จริงของพวกเจ้าแน่ แต่เงาร่างของพวกเจ้าก็ต้องทำต่อไป มิเช่นนั้นอีกไม่นานข้าจะทำลาย และฉีกกระชากร่างเหล่านี้ของพวกเจ้าให้สิ้นซาก!”
“ทำลายให้สิ้นซาก? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน?” วิญญาณมารบางตนไม่เชื่อ และยังหัวเราะลู่เฉินที่ดูไม่รู้สิ่งใด
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มประหลาดและเอ่ย “อย่างไรกัน? ไม่เชื่อหรือ?”
“มา ข้าจะยืนอยู่ตรงนี้ หากเจ้ามีความสามารถก็เข้ามาจัดการข้าได้ แต่ข้าคิดว่าเจ้าคงทำเช่นนั้นไม่ได้” อีกฝ่ายยั่วยุขึ้นมา
เมื่อลู