่เฉินได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย จึงแสยะยิ้มออกมาและเอ่ย “โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่!” วิญญาณมารโมโหขึ้นมา
แต่ไม่คาดว่าเพียงคาถาสยบภูตผีของลู่เฉินเข้าไปพันรัดเบา ๆ วิญญาณมารตนนั้นก็แตกออกไปเสี่ยง ๆ ทันที
ทุกคนพลันรู้สึกสับสนขึ้นมา เซี่ยอีฉานหวาดกลัวจนถอยออกมา ส่วนฮั่วเตาหลางนั้นรู้ถึงตัวตนของลู่เฉิน ดังนั้นเขาจึงมีท่าทีนิ่งสงบ
หวังฝูเองก็หวาดกลัวขึ้นมาทันที และยังรู้สึกดีใจที่ลู่เฉินไม่ลงมือกับตน
และในขณะนั้นเอง ลู่เฉินยืนอยู่ตรงนั้นพลางมองไปยังวิญญาณมารตัวอื่น ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “หากพวกเข้าไม่อยากเป็นเหมือนวิญญาณเมื่อครู่ จงใช้ทักษะที่แท้จริงของเจ้าออกมาโจมตีข้าซะ!”
“คะ… คนเสียสติ!” มีคนพูดด้วยน้ำเสียงติดขัดออกมา
จากนั้นก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า “รีบกลับไปยังร่างเดิมซะ!”
วิญญาณมารเหล่านี้ไม่อยากถูกทำลาย ดังนั้นจึงหวาดกลัวจนออกไปทีละคน ลู่เฉินพลันยกยิ้มเย้ยหยันออกมา “ร่างที่แท้จริงของพวกเจ้าถูกผนึกเอาไว้ที่นี่ หากอยากออกไปก็จงกลับมาเสียดี ๆ เถิด”
แต่ไม่มีวิญญาณใดเชื่อคำพูดของชายหนุ่ม แต่ละคนกลับหลบซ่อนอยู่ไกล ๆ จนกระทั่งมีวิญญาณมารพูดเยาะเย้ยขึ้นมา “หากเจ้ามีความสามารถก็เข้ามาหาพวกเรา แล้วรับรองว่าร่างที่แท้จริงของเราจะทำให้เจ้าตายแน่!”
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “ดูเหมือนหากไม่แสดงความเก่งกาจให้พวกเจ้าดู พวกเจ้าก็จะหลงคิดว่าตนเก่งเหนือผู้อื่น!”
พูดจบ ชายหนุ่มจึงให้หวังฝูนำทางไป
หวังฝูชะงักไปคร