ใดกับข้ากันแน่!?”
เมื่อเฉออู่เห็นดังนั้นจึงตกตะลึงขึ้นมา นางคิดไม่ถึงว่าเพียงลู่เฉินลงมือเล็กน้อย ก็สามารถควบคุมวิญญาณมารได้ และยังเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์แปดดาว
ลู่เฉินไม่ได้สนใจท่าทางตกตะลึงของเฉออู่ เขาจ้องมองไปยังวิญญาณมาร พลางเผยรอยยิ้มประหลาด “หากอยากมีชีวิตรอด จงตอบคำถามเหล่านี้ของข้าซะ”
“เจ้า… เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?” วิญญาณมารหวาดกลัวขึ้นมา
“เจ้ามีนามว่าอย่างไร”
“ข้า… ข้ามีนามว่าหวังฝู” วิญญาณมารตอบด้วยความหดหู่ใจ
ลู่เฉินพยักหน้ารับพลางเอ่ยถาม “วิญญาณมารตัวอื่นอยู่ที่ใด?”
“อยู่… อยู่ลึกเข้าไปในซากปรักหักพัง” หวังฝูพูดด้วยความตื่นกลัว
ชายหนุ่มเข้าใจแล้วจึงพูดขึ้นมา “นำทางข้าไปพบพวกเขา”
“พบพวกเขา?” หวังฝูเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
ลู่เฉินตอบกลับ “มีปัญหาอะไรงั้นหรือ?”
หวังฝูไม่กล้ามีปัญหา เพียงแต่เขาถูกขังเอาไว้ ดังนั้นจึงมองไปยังลู่เฉินและเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้าก็ปล่อยข้าก่อน”
“อย่ารีบร้อน” เมื่อลู่เฉินพูดจบ จึงเพิ่มตราประทับวิญญาณลงบนหน้าผากของหวังฝู
หวังฝูพลันตื่นกลัวขึ้นมา และยังจ้องมองลู่เฉินด้วยความตระหนก “เจ้า… เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
หลังจากเพิ่มตราประทับวิญญาณลงไปแล้ว ลู่เฉินก็ไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะปลดโซ่ตรวนบนร่างกายของอีกฝ่าย และให้เขานำทางไปได้
เฉออู่เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เจ้าคิดจะตามหาสิ่งใด?”
“วิญญาณมารที่แข็งแกร่งที่สุด”
“วะ… วิญญาณมารที่แข็งแกร่งที่สุด? เจ้า… เจ้าเสียสติไปแล้วหร