บตามไปทันที หั่วเตาหลางเองก็เช่นกัน
จากนั้นคนทั้งสามจึงหายตัวไปจากตรงนั้น แต่เฉออู่พูดออกมาด้วยความโมโหว่า “คิดว่าแสดงอะไรอยู่กัน?”
ทันใดนั้นรอบด้านพลันมืดสลัวลงทันที เฉออู่จึงหวาดกลัวจนรีบตามไป “รอข้าด้วย!”
เซี่ยอีฉานเห็นนางตามมาจึงสบถขึ้นมา “นายท่าน ดูนั่นสิขอรับ”
“อีกไม่นานนางก็จะไปแล้ว” เมื่อลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาด แล้วปล่อยซูวั่งเยว่ชุดแดงออกมา
เมื่อซูวั่งเยว่ปรากฏตัวออกมาก็ทำตามที่ลู่เฉินคิด นางยืนขวางเฉออู่เอาไว้ และเมื่อเฉออู่เห็นภูติสาวผู้นี้ก็หวาดกลัวขึ้นมา “เจ้า… เจ้าคือผู้ใดกัน?”
“แม่นางน้อย มาเล่นกับข้าเถิด” ซูวั่งเยว่ชุดแดงมองไปยังเฉออู่และเอ่ย
ส่วนลู่เฉินและคนอื่น ๆ เดินออกไปไกลเรื่อย ๆ
“หลบไป!” เฉออู่พูดด้วยความโมโห
“ลองฟังเสียงของข้าสิ” ซูวั่งเยว่ชุดแดงร้องเพลงขึ้นมา
เสียงเพลงนี้ทำให้เฉออู่หวาดกลัวจนเบิกตากว้าง “เจ้า… เจ้า!”
“เป็นอย่างไร จำข้าได้หรือไม่?”
“ภูติสาวตัวนั้น?”
“ใช่!” ซูวั่งเยว่ชุดแดงพลันแย้มยิ้มเย้ยหยันออกมา
เฉออู่พูดด้วยน้ำเสียงติดขัดออกมา “เจ้า… เจ้ายอมจำนนต่อเขาแล้วงั้นหรือ?”
“เขาเก่งกาจเพียงนั้น เจ้าไม่เห็นหรือ?” ซูวั่งเยว่ในชุดแดงย้อนถาม
เฉออู่มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา นางไม่รู้ว่าควรจะพูดสิ่งใดดี และเมื่อซูวั่งเยว่ชุดแดงเห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไร จึงยิ้มออกมา “แม่นางน้อย เจ้าออกไปเถิด มิเช่นนั้นหากเข้าใกล้ไปมากกว่านี้ นายท่านคงต้องจัดการเจ้าแน่”
“ไม่ หาก