คม ๆ ที่เฉือนผ่านเจ้าออกทีละน้อย”
ลู่เฉินที่ได้ยินพลันหัวเราะขึ้นมา
“ยังมีอารมณ์ที่จะหัวเราะอีกหรือ?” ซางเจี้ยนซานรู้สึกว่าลู่เฉินอวดดีเกินไป เขาจึงเพิ่มความพลังขึ้น ทำให้ใยหดลงทีละน้อย เหมือนกับการตกปลาโดยการรวบอวน
เฉออู่ตกใจกลัว นางจ้องมองซางเจี้ยนซานพลางเอ่ย “เขาสำคัญจริง ๆ นะเจ้าคะ!”
“ศิษย์น้องเล็ก ถ้าเขามีความสามารถเพียงนั้นจริง ๆ ก็ปล่อยให้เขาพยายามหลบหนีดูเถอะ ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่เชื่อว่าเขามีความสามารถถึงเพียงนั้น!” ซางเจี้ยนซานพูดอย่างดื้อรั้น
ไม่เพียงซางเจี้ยนซานเท่านั้น แต่ทุกคนในสถานที่แห่งนั้นต่างรู้สึกว่าสมควรเป็นเช่นนั้นแล้ว
ด้วยความสิ้นหวัง เฉออู่ทำได้เพียงติดต่อกับท่านพ่อของนาง ซึ่งเป็นเจ้าสำนักของเทือกเขาเจ็ดหิมะอีกครั้ง
ต่อมาก็เห็นภาพฉายโผล่ขึ้นตรงหน้าเฉออู่ “เกิดอันใดขึ้นอีกแล้ว?”
“ท่านพ่อ ได้โปรดบอกศิษย์พี่ใหญ่ให้หยุดมือด้วย!” เฉออู่กังวล
“เกิดอะไรขึ้น?” เจ้าสำนักสับสนมาก
เฉออู่อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น และเจ้าสำนักก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เขามีพลังมากถึงเพียงนั้นเลยหรือ?”
“เจ้าค่ะ เขาสามารถนำผู้คนเข้าออกจากแดนลับได้จริง ๆ” เฉออู่ยืนยัน
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เจ้าสำนักก็ตะโกนบอกซางเจี้ยนซานว่า “เจี้ยนซาน เจ้าหยุดก่อน”
ซางเจี้ยนซานลังเลเล็กน้อย “ท่านอาจารย์”
“จับเขาไว้ก่อน แล้วรอให้ข้าไปถึง”
“ขอรับ!” ซางเจี้ยนซานจำใจตอบเช่นนั้น จากนั้นใยก็หยุดหดตัว
เฉออู่โล่งใจ ทางคนอ