เขาจะพาเจ้าไปไม่ได้”
“เพราะเหตุใด?”
“ข้าได้วางค่ายกลบางอย่างบนปราการวิญญาณนี้แล้ว และค่ายกลนี้มีไว้เพื่อเขาโดยเฉพาะ” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาด จากนั้นบนปราการจึงปรากฏอักขระยันต์สีทองขึ้นมา อักขระยันต์เหล่านี้ค่อย ๆ กลายเป็นเครื่องหมายที่แตกต่างกัน และลอยไปตามเชือก
เชือก ‘เผาไหม้’ ขึ้นมาทันที จากนั้นจึงหายไป ทำให้หญิงสาวถูกกักขังภายในปราการวิญญาณอีกครั้ง
หญิงสาวตกตะลึงขึ้นมา เพราะว่านางคิดว่าตนจะสามารถออกไปได้อย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้แม้แต่นายท่านก็ยังช่วยตนไม่ได้ นางจึงเริ่มตื่นตระหนก “เจ้าหนุ่ม ทางที่ดีเจ้ารีบปล่อยข้าออกไปซะ มิเช่นนั้นหากนายท่านของข้ามาด้วยตนเอง เจ้าต้องตายแน่”
ลู่เฉินแสยะยิ้มพลางมองนาง “หากเจ้ายอมร่วมมือกับข้าดี ๆ ก็ยังจะพอรักษาชีวิตได้”
“ร่วมมือ? เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ?” หญิงสาวไม่เชื่อ
ลู่เฉินเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อ จึงพูดขึ้นมา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นข้าก็คงไม่เกรงใจแล้ว”
เมื่อเขาพูดจบ จึงให้กุ่ยเจี่ยและเงาสายฟ้าร่วมกันโจมตีนาง
หญิงสาวรู้สึกราวกับวิญญาณถูกอะไรบางอย่างระเบิดใส่ นางเจ็บปวดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อพลังวิญญาณถูกจำกัด และเมื่อกุ่ยเจี่ยเข้ามาใกล้ นางก็ยังไม่สามารถหนีออกไปได้ จนรู้สึกว่าพลังวิญญาณของตนกำลังจะถูกดูดออกไป
หญิงสาวพลันหวาดกลัวขึ้นมา จึงพูดด้วยความตื่นกลัวขึ้นมา “เจ้าอยากรู้เรื่องใดกันแน่?”
“นายท่านที่เจ้าพูดถึงนายคือใคร แล้วเจ้าคือใคร