ิญญาณ”
เซี่ยอีฉานยิ่งฟังก็ยิ่งกังวลใจ “นายท่าน ท่านคิดว่าสิ่งประหลาดลึกลับนี้ แท้จริงแล้วคือผู้ใดกัน?”
“ใครจะรู้กัน” ลู่เฉินหมุนตัวไปดูผลไม้และเขตแดนเหล่านั้น พร้อมรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเช่นกัน
แต่ลู่เฉินก็ไม่อยากคิดอะไรมาก จึงทำลายเขตแดนนี้ต่อไป
ทว่าเมื่อเขาคิดจะสัมผัสผลไม้เหล่านี้ บริเวณรอบ ๆ พลันเกิดการ ‘เปลี่ยนแปลง’
จู่ ๆ ทุกคนก็ปรากฏตัวขึ้นมาบนพื้นหิมะ และผลไม้เหล่านั้นก็หายไปแล้ว
เซี่ยอีฉานตกตะลึงขึ้นมา “นายท่าน เกิดสิ่งใดขึ้น?”
หั่วเตาหลางรู้สึกแปลกใจและมองไปรอบ ๆ
ลู่เฉินมองไปยังพื้นหิมะและหมอกที่อยู่รอบ ๆ “ดูเหมือนว่าพวกเราจะเข้ามากลางค่ายกลเสียแล้ว”
“ค่ายกล? กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้?” เซี่ยอีฉานสัมผัสได้ว่ารอบ ๆ ดูไม่ธรรมดา โดยเฉพาะรอบ ๆ ที่มีลมพันกรรโชกอยู่มากมาย แม้เขาจะมีศิลาวิญญาณปกป้องที่ลู่เฉินมอบให้ แต่ก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่ดี
ลู่เฉินกลับนิ่งเฉย และมองรอบ ๆ พลางแสยะยิ้ม “ค่ายกลนั้นเพียงแค่ทำลายก็ได้แล้ว”
“ทำลาย?” เซี่ยอีฉานไม่รู้ว่าลู่เฉินจะทำลายอย่างไร
ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีโลงศพหินสีขาวตกลงมาจากท้องฟ้า เซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางจึงเตรียมพร้อมขึ้นมาทันที
ลู่เฉินมองอย่างเงียบ ๆ กระทั่งโลงศพหินลอยอยู่ตรงหน้าทุกคน จากนั้นภายในโลงศพหินก็มีเสียงหญิงสาวผู้หนึ่งดังออกมา “พวกเจ้าช่างรนหาที่ตายจริง ๆ!”
“สตรี?” เซี่ยอีฉานตกตะลึงขึ้นมา
ลู่เฉินเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน เพราะว่าสิ่งประหลาด