ากนั้นจึงปล่อยกองเถาวัลย์ออกมา
เถาวัลย์ค่อย ๆ ฟาดไปยังลู่เฉินทีละเส้น ราวกับว่าจะฟาดเขาให้ตาย
แต่ไม่คิดว่าเถาวัลย์เหล่านี้ยังไม่ทันฟาดไปยังลู่เฉิน ก็เหี่ยวเฉาลงไปอย่างรวดเร็ว
“เหี่ยวเฉาแล้ว?” หลิงเจี้ยนอวี่พลันมีสีหน้าประหลาดใจ
“เป็นอย่างไร?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองหลิงเจี้ยนอวี่
หลิงเจี้ยนอวี่พึมพำภายในใจ ‘เจ้าหนุ่มผู้นี้คือตัวประหลาดใดกันแน่? เหตุใดจึงยังจัดการไม่ได้!’
ลู่เฉินเห็นท่าทางตกตะลึงของอีกฝ่าย จึงยิ้มพลางเอ่ยถาม “เหตุใดไม่ลงมือต่อเล่า?”
หลิงเจี้ยนอวี่เองก็คิดเช่นกัน แต่ลู่เฉินจัดการได้ยาก เขาจึงพูดด้วยความลำบากใจ “เจ้าต้องการผลไม้มิใช่หรือ?”
“ข้าต้องการผลไม้เหล่านี้จริง ๆ” ชายหนุ่มตอบกลับ
“แต่เจ้าไม่ได้มัน” หลิงเจี้ยนอวี่พูดด้วยความลำบากใจ
“เหตุใดข้าจึงไม่ได้กัน?” เขาย้อนถาม
หลิงเจี้ยนอวี่จึงอธิบาย “ผลไม้เหล่านี้เป็นของปลอมทั้งสิ้น!”
“ของปลอม?” ลู่เฉินแสดงสีหน้าสงสัยออกมา
หลิงเจี้ยนอวี่ชี้นิ้วไปยังผลไม้ที่อยู่บนต้นไม้ “ผลไม้เหล่านี้เป็นเพียงวิญญาณของพวกมันเท่านั้น ส่วนผลไม้ที่แท้จริงได้ถูกคนเด็ดไปก่อนหน้านี้แล้ว”
ลู่เฉินไม่เชื่อ พร้อมจ้องมองผลไม้เหล่านั้น แม้ผลไม้เหล่านี้จะมีเงา แต่ ‘เนื้อผลไม้’ ที่แท้จริงนั้นไม่มีอยู่แล้ว
เรื่องนี้ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา “แท้จริงแล้วเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?”
หลิงเจี้ยนอวี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย “หากข้าบอก เจ้าจะมอบกระบี่คืนให้แก่ข้า จา