ว่ชุดแดงจึงเริ่มตื่นเต้น แต่ในพริบตาเดียวนางก็หัวเราะเยาะลู่เฉิน “เจ้าปลดปล่อยข้า แต่ข้าคงไม่ทำธุระให้เจ้าแล้ว”
หลังจากพูดเช่นนั้น ซูวั่งเยว่ชุดแดงก็คิดหลบหนีไปเช่นเดียวกับกวางอสูรสองหัว
ลู่เฉินยิ้มและโบกมือ ทันใดนั้นอีกฝ่ายก็ก้าวถอยหลัง
ใบหน้าของซูวั่งเยว่พลันเปลี่ยนแปลงไป “เจ้าทำอะไรกับข้า”
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าจะทิ้งตราประทับไว้บนตัวเจ้า เพื่อที่เจ้าจะไม่สามารถทรยศข้าได้” ลู่เฉินยิ้มให้นาง
ซูวั่งเยว่ชุดแดงพูดด้วยความโกรธว่า “ไอ้สารเลว!”
“บอกข้าหน่อยสิ ว่าเหตุใดเจ้าถึงอารมณ์ร้ายเพียงนี้”
“ข้าเป็นแบบนี้มาโดยตลอด มีปัญหาอะไร?” ซูวั่งเยว่ชุดแดงพูดด้วยสีหน้าหม่น
“บอกให้น้องสาวของเจ้าออกมาแทน ข้าจะคุยกับนาง” ลู่เฉินยิ้มให้อีกฝ่าย
“มีอะไรก็พูดกับข้า!” ซูวั่งเยว่ชุดแดงพูดด้วยความโกรธ
“เจ้าไม่อยากรู้รึว่าจุดประสงค์ของข้าคืออะไร”
“เจ้าบอกว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือจากข้า” ซูวั่งเยว่ชุดแดงยังคงจำได้
ลู่เฉินพยักหน้าและพูดว่า “ถูกต้อง”
“ช่วยเรื่องอันใดล่ะ?” ซูวั่งเยว่ชุดแดงสับสน
เขายิ้มให้ซูวั่งเยว่ชุดแดง “เจ้าสามารถเรียกวิญญาณเร่ร่อนที่ทรงพลังได้ถึงระดับไหน?”
“นั้นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ตอนนี้พลังวิญญาณของข้ายังไม่ถึงจุดสูงสุด ถ้ามันถึงจุดสูงสุดก็มีโอกาสที่ข้าจะเรียกวิญญาณเร่ร่อน ที่ทรงพลังมากกว่าข้ามากออกมาได้” ซูวั่งเยว่ชุดแดงอธิบาย
ลู่เฉินพยักหน้า “ตกลง ข้าจะเรี